คอลัมน์ : Weekend spending
เรื่อง : ห้อยโหนโจนทะยานใจกลางป่าที่เชียงใหม่

เชียงใหม่วันนี้ถ้าเดินผ่านเคาน์เตอร์ทัวร์ลองสังเกตดูนะครับว่า มีกิจกรรมหนึ่งที่ฮิตติดอันดับไปที่ไหนก็เห็นโปสเตอร์แปะเต็มไป
หมดนั่นก็คือ กิจกรรมทำตัวเป็นบ่างเป็นชะนี อ๊ะ!! ไม่ใช่สิ ผมกำลังพูดถึงกิจกรรมผจญภัยห้อยโหนโยนตัวอยู่บนเส้นสลิงต่างหากเล่า
ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงฮอตจึงมีสถานให้บริการบริหารอะดรีนาลีนให้เลือกอยู่หลากหลายที่ ดังนั้นผมวางแผนไว้ว่าหลังจากที่
ตระเวนทำเรื่องแนะนำโรงแรมเสร็จแล้ว ผมคงต้อง ลองไปสัมผัสความท้าทายกับเขาสักที
ไปเรื่อยๆ บนถนนสาย118
พอดีโปรแกรมผจญภัยที่ผมเลือกจะอยู่ในช่วงครึ่งวันบ่าย ดังนั้นผมจึงมีเวลาเอ้อระเหยในช่วงเช้า ผมขับรถเที่ยวไปเรื่อยเปื่อยวิ่ง
ไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่ – เชียงราย (เส้นทางสาย 118) ผ่านอำเภอดอยสะเก็ดไปบ้านแม่ขะจาน ที่นี่เขามีชื่อเสียงเป็นเส้นทาง
ท่องเที่ยวอมตะประมาณว่ารถทัวร์รถบัสทั้งหลายที่ขึ้นจากเชียงใหม่ไปเชียงรายจะต้องแวะที่บ้านแม่ขะจาน จะมีอะไรนั้นก็ต้องลองไป
ดู ระหว่างทางผมแวะเข้าไปกราบนมัสการ พระธาตุแม่เจดีย์ เป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโนรธามังช่อกษัตริย์พม่า
ประมาณปีพ.ศ.1583 ( 970 ปี) รูปทรงเจดีย์จึงเป็นงานศิลปะแบบพม่า ขนาดไม่ใหญ่มากนักแลดูคล้ายกับมหาเจดีย์ชเวดากองย่อ
ส่วนเลยทีเดียว ระหว่างทางขึ้นสู่พระธาตุจะมีป้ายบอกทางไปเที่ยววังมัจฉา มีปลานับล้านตัว แต่จะต้องเสียค่าเข้าชม 20 บาท ต่อรถ
1 คัน ภายในนั้นมีอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม สงบร่มรื่นดีครับ
จากที่นั่นผมขับรถไปเที่ยวต่อที่บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติแม่ขะจาน ซึ่งมีทั้ง 2 ฟากถนน ฝั่งขวามือถ้าเราขับรถจากเชียงใหม่ จะเป็น
บ่อน้ำร้อนเก่าแต่ดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวรุ่นคุณน้าคุณอาเขาเที่ยวกัน วันนี้แลดูเหงาๆ เนื่อง จากมีบ่อน้ำพุร้อนทวีสินที่อยู่ฝั่งตรงข้ามซึ่ง
มีระบบจัดการที่ดีกว่าแย่งลูกค้าไปหมด ผมไปแวะบ่อเก่าแก่ เห็นคุณยายนั่งอยู่อย่างหงอยเหงา แกกำลังเอาหัวมันมาต้มในบ่อน้ำร้อน
ที่มีความร้อนระดับ 100 องศาเซลเซียส แกเล่าว่า พื้นที่แถบนี้เจาะไปทางไหนก็เจอน้ำร้อน ฝั่งโน้น(หมายถึงบ่อน้ำร้อนทวีสิน) เขาให้
ค่าน้ำแก่รถบัส รถตู้ พวกนั้นก็พากันไปจอดที่นั่นหมด ฝั่งนี้เลยเงียบเหงาไปทันตาเห็น ผมลองข้ามไปฝั่งนั้น ก็ต้องยอมรับล่ะครับว่า
สถานที่เขากว้างใหญ่ รถบัสจอดได้เป็นสิบๆ คัน มีร้านค้า ห้องน้ำให้นักท่องเที่ยวได้แวะซื้อของ พักเหนื่อย ของที่ระลึกขายกันมาก
มาย ใครๆเห็นก็ต้องแวะซื้อ สำหรับผมแล้วสายๆอย่างนี้ต้องหาอะไรกระตุ้นประสาทให้ตื่นตัวกันสักหน่อย มีร้านกาแฟที่นำบ้านไม้
เก่าๆมาทำร้าน ดูหน้าตาแปลกแตกต่างไปจากที่อื่นๆ ร้านนี้ชื่อ 9-1 Coffee เป็นร้านกาแฟเรือนสองชั้น “อเมริกาโน่ 1แก้ว ครับ” ผม
บอกพนักงาน “ตอนนี้ใช้กาแฟเม็ดโทนขอเพิ่มอีกแก้วละ 5 บาท” ผมพยักหน้าป็นการตอบรับ เจ้ากาแฟเม็ดโทนเป็นกาแฟเกรดพิเศษ
ดังนั้นจะดื่มของดีเพิ่มเงินอีกนิดหน่อยก็โอเคครับ
ร้านกาแฟ 9-1 Coffee มีที่นั่งดื่มกาแฟที่แปลกไปจากที่อื่นๆ คือมีรางน้ำอุ่นแช่เท้า จิบกาแฟพร้อมแช่น้ำอุ่นผ่อนคลายความเมื่อย
ล้าได้ดีมาก แถมกาแฟจากเม็ดโทนที่ทางร้านเขาปลูกบนเขาในอำเภอดอยสะเก็ดก็ช่วยให้ทุกอย่างรื่นไหลมากพอดู จากกาแฟผมแวะ
ไปรับประทานอาหารเที่ยงกันอีก ที่ๆใครมาถนนเส้นนี้จะรู้จักกันเป็นอย่างดีว่ามีร้านขาหมูภูเก็ตเจ้าเก่าราว 20 ปี ที่ตั้งร้านอยู่บนเนิน
เขาทางแยกบ้านปางแฟน เส้นทางลัดไปอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน (กลับรถย้อนกับไปทางเชียงใหม่อีกครั้ง) ประมาณกม.43 บนเส้น
ทางสาย118 จะมีป้ายบอกทางแยกซ้ายมือเลี้ยวเข้าไปเลยครับ ขับเข้ามาประมาณ 2 กิโลเมตรร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ ผมสั่งขาหมู
หมั่นโถว ผัดผักหวานบ้าน แกงคั่วเห็ดเผาะ อร่อยทุกอย่าง ในราคาไม่แพง โดยเฉพาะแกงคั่วเห็ดเผาะที่แม้กระทั่งช่างภาพของเราที่
ยังไม่เคยลิ้มรสยังเอ่ยปากชม เห็ดกลมๆ เมื่อกัดเข้าไปจะได้ยินเสียงดังเผาะ นี่ละที่มาของสาวขบเผาะที่คนสมัยก่อนนิยมเรียกสาววัย
แรกรุ่นน่ะครับ ส่วนขาหมูของร้านนี้อร่อยมาก รสชาติออกหวานนำ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ร้านนี้จะอยู่มาอย่างยาวนานถึง 20 ปี บนเส้น
ทางสายเปลี่ยว อดคิดไม่ได้ว่าในอดีตคุณชุลีเจ้าของร้านแกคิดอย่างไร ถึงใจกล้ามาเปิดร้านกลางป่าขนาดนี้ ยังไงถ้าคุณผู้อ่านเกิด
แวะมาแถวนี้ ก็ไม่ควรพลาดชิมนะครับ
ระทึกใจบนยอดไม้สูง
จากร้านขาหมูภูเก็ตผมสามารถใช้เส้นทางสาย118 ขับลงมาทางเชียงใหม่ก่อนเข้าอำเภอดอยสะเก็ดจะมีทางแยกบ้านโป่งดินมี
ป้อมตำรวจชัดเจน เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางไปบ้านแม่กำปอง และเราก็จะเจอกับสถานที่ตั้งของกิจกรรมโลดโผนที่มีนามว่า
Flight of the Gibbon™ อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่ากิจกรรมประเภทนี้มีอยู่หลายแห่ง หลายเจ้า แต่ที่ผมกำลังจะไปเล่นนั้นถือได้
ว่าเป็นเจ้าแรกในเชียงใหม่ ต้นตำรับเลยก็ว่าได้ เมื่อถึงที่ทำการของ Flight of the Gibbon™ เจ้าหน้าที่ก็ให้ทุกคนเซ็นชื่อยินยอมรับ
เงื่อนไขในการเล่น จากนั้นสวมอุปกรณ์เฉพาะเป็นชุดฮาเนส พร้อมสแนปลิง รอกฯลฯ หมวกกันกระแทก จากนั้นเดินทางไปจุดเริ่มต้น
ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เจ้าหน้าที่ผู้นำทีมทำการสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์ การเล่น แล้วให้เราทดลองก่อน ต้องบอกก่อนเลยครับว่ากิจกรรม
ห้อยโหนบนสลิงนั้นถ้าปฏิบัติอย่างถูกวิธีมีความปลอดภัยสูงมากกว่า 99% โดยเฉพาะที่นี่เขาเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ ใช้
อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานทั้งหมด แต่ละชิ้นมีอายุการใช้งานเมื่อครบกำหนดเขาเปลี่ยนใหม่ทันที ตรงนี้เป็นการใส่ใจดูแลที่ผู้ประกอบการ
อื่นๆ ควรดูเป็นแบบอย่าง เหตุที่ทำแบบนี้ได้มันมีที่มาครับ จริงอยู่ราคาที่นี่อาจจะแพงกว่าที่อื่น แต่เมื่อสินค้าขายแพงกว่ากันนิดหน่อย
สิ่งที่คืนกลับมาทั้งในด้านสังคม ด้านความรู้ที่ให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อบอกเล่าต่อแก่นักท่องเที่ยว อุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้มาตรฐาน ค่าแรง
พนักงาน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล่ะจะส่งคืนสู่ทุกคน ทั้งลูกค้าผู้ซื้อก็พึงใจกับการบริการและคุณภาพสินค้า ทำให้หวลกลับมาพร้อมบอกเล่า
ต่อแบบปากต่อปาก ไม่แปลกที่วันนี้เขามีลูกค้าตลอดทั้งวันไม่ขาดสายทั้งๆ ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ในทางกลับกันถ้าเราขายของราคาถูก
แต่ทุกอย่างต่ำกว่ามาตรฐาน ถามหน่อยว่าแล้วผลลัพธ์ปลายทางจะเป็นอย่างไร คงรู้คำตอบได้ไม่ยาก
ความตื่นเต้นเริ่มจู่โจมผมทันทีที่ตัวแขวนอยู่กับสลิง ทันทีที่เสียงเจ้าหน้าที่บอกว่าไปได้ ร่างของผมโจนทะยาน กระตุกตึงพร้อม
เคลื่อนที่ไปอย่างเร็วรี่ เสียงลูกรอกเสียดสีกับสลิงดังก้องในโสตประสาทผมเปล่งเสียงร้องคลายความอัดอั้นดังก้องไปทั้งหุบเขา
มันเป็นความรู้สึกแรกเมื่อออกมาจากสถานีที่ 1 ซึ่งยังเหลือให้ผมต้องเผชิญอีก 14 ฐาน เส้นทางที่ผมจะต้องผ่านนั้นไม่ต้องลงเดิน
เลยแม้แต่น้อย
เราเคลื่อนไปตามยอดไม้ด้วยการโหนสลิง เดินข้ามสะพานแขวน ซึ่งแต่ละฐานจะผ่านเรือนยอดไม้อันหนาทึบ ผืนป่าที่บ้านแม่กำ
ปองทำให้ผมตื่นตะลึงไปกับความสวยงามของสีเขียวขจีจากต้นไม้แต่ละต้นที่เราผ่านพบ ขนาดของมันใหญ่มากจนต้องอุทานเลยละ
ผมได้เห็นภาพป่าในมุมมองที่ไม่เคยได้เห็นในมุมสูงแบบนี้ ทำให้เข้าใจอารมณ์ของชะนีที่โหนโจนทะยานจากต้นหนึ่งสู่ไม้อีกต้นหนึ่งได้เป็นอย่างดี
ความมันส์และความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นทุกขณะที่เราผ่านเส้นสลิง มีทั้งข้ามสะพาน โรยตัวลงต้นไม้ในความสูงต่างกันปีนตาข่ายที่ขึงดักเราไว้ให้ได้สนุก

จนสุดท้ายเราจะต้องเคลื่อนผ่านเส้นสลิงที่ยาวที่สุดในทริป เสียงร้องดังอย่างสะใจเกิดขึ้นกับทุกคนที่กำลังมันส์ในอารมณ์ ก่อนที่
เราจะโรยตัวลงจากต้นไทรยักษ์ที่มีระดับความสูงไม่ต่ำกว่า 40 เมตร มันทั้งสูงทั้งเสียว ตัวเราถูกแขวนกับเส้นเชือก ไหลรูดลงมา
อย่างรวดเร็วสลับช้าเป็นระยะตามแรงเชียร์ของคนรอบข้าง มันเป็นประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับการเดินทางครั้งนี้เลยที
เดียว
ความตื่นเต้นเริ่มจางหายไปเหลือเพียงเหงื่อโทรมกาย น้ำเย็นชื่นใจช่วยดับกระหายคลายอาการแสบคอได้ดี เสียงร้อง ผั๊ว...ผัว...
ของชะนีดังก้องป่าเป็นการกล่าวลาจากราชินีห้อยโหนตัวจริงของผืนป่าแห่งนี้ ผมยิ้มตอบรับกับการอำลาของราชินีแห่งผืนป่าและ
ความเขียวขจีที่ยังคงมีอยู่ในป่าแห่งนี้ ก่อนเดินทางกลับไปอย่างเปี่ยมสุขและสดชื่นกระปรี้กระเปร่าที่ได้หลั่งอะดรีนาลีนออกจากตัว
ถ้าคุณชอบความตื่นเต้นมาที่นี่รับรองไม่ผิดหวังเลยจริงๆ
ขอขอบคุณชาว Flight of the Gibbon™ ที่อำนวยความสะดวกในการจัดทำสารคดีครั้งนี้
“”””””””””””””””””””””””””””””””””
Traveller’s Notebook
Where to go
ตามเส้นทางในเรื่องจะต้องขับรถเองโดยการเช่ารถแล้วใช้เส้นทางหมายเลข 118 เชียงใหม่ – เชียงราย โดยแวะระหว่างทางดังนี้
ที่แรกพระธาตุแม่เจดีย์ จากนั้นแวะที่บ่อน้ำร้อนทวีสิน แล้วขับรถย้อนกลับมากินขาหมูภูเก็ตบริเวณ กม.43 จากนั้นจึงเดินทางมาที่แยก
โป่งดินจุดสังเกตมีป้อมตำรวจทางซ้ายมือเลี้ยวรถเข้าไปขับไปทางบ้านแม่กำปองระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตรช่วงนี้ถนนค่อนข้าง
แคบ ดังนั้นควรขับด้วยความระมัดระวัง
สำหรับท่านใดที่ใช้บริการผ่านทัวร์จะมีรถตู้มารับถึงที่พักตามที่นัดไว้ แล้วจะมารับกลับที่พักในช่วงเย็น ซึ่งโปรแกรมท่องเที่ยว
1 วัน จะรวมการเดินทาง ค่าเล่นกิจกรรม อาหาร 1 มื้อ ประกันอุบัติเหตุฯลฯ
สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Flight of the Gibbon™ โทร08-9970-5511 (หลายคู่สาย)
เวลาทำการ: 06.00 – 23.00น. (ทุกวันไม่เว้นวันหยุด)E mail: info@treetopasia.com www.treetopasia.com
Where to eat
ร้านกาแฟ 9-1 Coffee ที่บ่อน้ำพุร้อน แม่ขะจาน (ทวีสิน) อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย โทร.08-1842-3232,08-4807-
3330
ร้านขาหมูภูเก็ต กม. 43 ถนนสาย118 โทร.08-9264-0848,08-9633-1960
Where to stay
ขอแนะนำควรนอนในตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อความสะดวกสบายตามคอลัมน์Check in, Where to sleep
Where to spend
ซื้อของฝากได้ที่บ่อน้ำร้อนแม่ขะจานทั้งสองฝั่ง จะเป็นเครื่องเงิน ของที่ระลึกจากชาวเขา ชาจีน เป็นต้น
สำหรับท่านใดที่ชอบร่มสัญลักษณ์ชาวเชียงใหม่ ก็ต้องมาแวะซื้อร่มที่บ้านบ่อสร้างช่วงทางขากลับเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ บ้านบ่อ
สร้างจำหน่ายร่มตลอดสองข้างทางมีหลากหลายขนาดให้เลือก ราคาไม่แพงมากนัก
อ่านบทความเรื่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ในนิตยสารโวยาจ และ www.voyagetravelmag.com
