GG Webboard Special Force Magic World 2 Online King of Fighter TY Online Love Beat LOE EOS (Echo of Soul)
  Webboard > Special Force > ศูนย์บัญชาการ
  Reload this Page εїз łşื่ΦJηี่χa่ๅำำέคùәัJไม่!คēsู้คşัμ εїз
   
  Search topic :  
Subject
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150
 reply is old post Subject : εїз łşื่ΦJηี่χa่ๅำำέคùәัJไม่!คēsู้คşัμ εїз เขียนเมื่อ : 11/ก.ค./54 8:21:05  
แบ่งปัน

 


ว่างๆก็มาอ่านกันนะครับผม



 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ
แก้ไขโดย +_+sM[!]Me+_+ เมื่อ 26/ส.ค./54 8:35:07



#21
Moseyra

ระดับยศ : จ่าสิบเอก ขั้น3
Moseyra is offline Moseyra (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 20 มกราคม 2554 , จำนวนโพส : 2631 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : เขียนเมื่อ : 11/ก.ค./54 19:52:47  

 
น่ากลัวอ่ะ

 
Code name : :งอแง:P By Clan : -




 

อะไรหรอครับน่ากลัว

จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 11/ก.ค./54 20:45:39

DISPLAY เค้ามั้ง

ที่น่ากลัว



จากคุณ : l2hinoMaSTel2 (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 12/ก.ค./54 15:10:38

55+ผมก็ว่างั้น

จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 12/ก.ค./54 17:17:48
 

#22
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ^^ เขียนเมื่อ : 12/ก.ค./54 21:26:21  

 

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ


#23
champstepz

ระดับยศ : ร้อยตรี ขั้น3
champstepz is offline champstepz (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 6 กันยายน 2553 , จำนวนโพส : 5951 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : เขียนเมื่อ : 12/ก.ค./54 21:28:46  

 
มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดของเกาหลีคือ มหาวิทยาลัยดง*ก ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙
ปัจจุบันมีนักศึกษาชายทั้งหมด ๖,๐๐๐ คน มีภิกษุสามเณรศึกษาอยู่ด้วยประมาณ ๖๐ รูป
ใน พ.ศ. ๒๕๐๗ คณะสงฆ์เกาหลีใต้ตั้งโครงการแปลและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับเกาหลีขึ้น
เรียกว่า ศูนย์แปลพระไตรปิฎกเกาหลี ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยดง*ก.

 
เรื่องราวความรัก ลงเอยที่ยิ้มหรือเศร้า
ฉันก็ไม่อาจเดา คิดมากไปก็กลัวเป็นทุกข์
แก้ไขโดย champstepz เมื่อ 12/ก.ค./54 21:36:43



 

อ่านจบและครับช่วยๆกันหา คนรักการอ่าน^^

จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 12/ก.ค./54 21:40:48
 

#24


ระดับยศ : จ่าสิบตรี ขั้น4
DOKJIKz is offline DOKJIKz (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 15 มีนาคม 2553 , จำนวนโพส : 565 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : เขียนเมื่อ : 12/ก.ค./54 21:52:10  

 


#25
Lactasoy

ระดับยศ : ร้อยตรี ขั้น3
Lactasoy is offline Lactasoy (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 13 มิถุนายน 2553 , จำนวนโพส : 5895 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : เขียนเมื่อ : 12/ก.ค./54 21:58:19  

 

 
*][[DESERT EAGLE]][=
...../.../*


#26
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ูู^^ เขียนเมื่อ : 12/ก.ค./54 22:02:03  

 
อ่านกันเยอะๆหน่าครับ

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ


#27
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ^^ เขียนเมื่อ : 12/ก.ค./54 22:29:07  

 
สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา


Thanks: ฝากรูป

เรือเดินทะเลที่หายสาบสูญไปในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา
เรือเดินทะเลที่หายสาบสูญไปในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดานั้น ส่วนมากจะเกิดขึ้นในบริเวณที่เรียกว่า "ทะเลซากัสโซ" และสาเหตุที่ท้องมหาสมุทรแห่งนี้มีนามว่าทะเลซากัสโซ ก็เพราะอาณาเขตบริเวณแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วย สาหร่ายทะเลชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่อว่าสาหร่ายซากัสซั่ม สาหร่ายชนิดนี้เป็นอุปสรรคต่อการ
เดินเรืออย่างยิ่ง และ เหตุการณ์ประหลาดลึกลับทางทะเลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่โบราณกาล มักจะมีต้นตอมาจาก ทะเลซากัสโซเสียเป็นส่วนมาก ชาวฟีนีเชียนโบราณซึ่งเคยใช้เรือเดินทางผ่านท้องทะเลมหาภัยแห่งนี้มา ตั้งแต่หลายพันปีก่อน ได้บันทึกปรากฏการณ์ประหลาดต่าง ๆ ไว้เป็นจำนวนมาก
พลังลึกลับในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา
ท้องทะลซากัสโซ่ มีอาณาเขตบริเวณกว้างใหญ่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแอ๊ตแลนติค บริเวณแห่งนี้จะเต็มไปด้วย สาหร่ายทะเลลอยฟ่องเต็มไปหมด เมื่อตอนที่โคลัมบัสแล่นเรือผ่านท้องทะเลแห่งนี้เป็น
ครั้งแรก กลาสีเรือต่างตื่นเต้นที่คิดว่าเรือคงแล่นเข้าใกล้ฝั่งแห่งใดแห่งหนึ่งเข้าไปแล้ว แต่แม้จะแล่นเรือ ต่อไปอีกนาน อาณาเขตของ สาหร่ายแห่งนี้ก็หาหมดลงไปไม่ อีกอย่างหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ประจำของทะเลซากัสโซ คือ ภูเขาทะเล ภูเขาทะเลคือภูเขาที่อยู่ใต้พื้นน้ำ แต่มีส่วนยอดแบนราบโผล่ขึ้นมาเหนือพื้นน้ำ
เล็กน้อย มองดูคล้ายเกาะ แต่ไม่มีพืชพันธ ์ใด ๆ นอกจากตระใคร่น้ำเกาะอยู่เท่านั้นทะเลซากัสโซไม่เพียงแต่เป็นท้องทะเลที่เต็มไปด้วยสาหร่ายยากแก่การเดินเรือ เท่านั้น แต่กิตติศัพย์ในความน่าสะพรึงกลัวของมันได้ถูกกล่าวขานกันอยู่เสมอ บ้างก็ให้เชื่อว่าเป็นทะเลแห่งความหายนะ หรือสุสานของเรือเดินสมุทรบ้าง
ก็ว่าเป็นที่สิงสถิตของภูติผีปีศาจทะเล หรือสัตว์ร้ายดึกดำบรรพ์ เรื่องราวต่าง ๆ ที่พวกชาวเรือชอบนำมาเล่า สู่กันฟังเกี่ยวกับท้องทะเลจำนวนนับไม่ถ้วน ถูกยึดนิ่งสงบรวมอยู่ในใจกลางของทะเลซากัสโซ่ ตั้งแต่สมัยการการเดินทางโดยทะเลของพวกฟินีเชียน ไวกิ้ง โรมัน หรือแม้แต่เรือต่าง ๆ ในสมัยกลางของยุโรป พวก
เหล่านี้เชื่อว่าเรือเหล่านี้ลอยกองรวมกันพร้อมด้วยสมบัติมหาศาลที่บรรทุกอยู่เหตุที่ไม่จมเพราะมีสาหร่าย
จำนวนหนาแน่นรองรับอยู่ข้างใต้ มนุษย์ผู้พบท้องทะเลแห่งนี้เป็นพวกแรกเข้าใจว่าจะต้องเป็นพวกฟินี
เชียนและพวกคาร์ธายิเนียนโบราณ เพราะเป็นเวลา หลายพันปีแล้วที่พวกนี้เดินทางข้ามมหาสมุทรแอ๊ต
แลนติคสู่อเมริกาหลักฐานที่ปรากฏคือรอยแกะสลักบนแผ่นหินของ พวกฟินีเชียน ที่พบอยู่ในประเทศบรา
ซิลขณะนี้ และศิลาจารึกในสุสานฝังศพของ พวกคาร์ธายิเนียน เมื่อราว 500 ปี ก่อนคริศศักราชระบุว่าเรือ*ดนิว ซึ่งเป็นเรือลากจูงเครื่องดีเซล ซึ่งได้ทำสงครามชักคะเยอ กับพลังลึกลับในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา และสามารถรอดพ้นอันตราย มาได้ เหนือท้องทะเลแห่งนี้มีแต่ความอ้างว้างเงียบเหงา คล้ายกับสุสานใหญ่ที่มองจรดขอบฟ้าไปทุกด้าน ไม่มี แรงลม พอที่จะพัดพาเรือให้แล่นไปได้ ใต้พื้นน้ำเต็มไปด้วยสาหร่ายทะเลอย่างหนาทึบ ซึ่งยึดเรือ ทั้งหลาย ให้หยุดนิ่งอย่างกับกำลังมหาศาลของหนวดปลาหมึกยักษ์ ท้องทะเลบางแห่งตื้นเขินซึ่งเป็นที่อาศัยของสัตว์ประหลาดมหึมาหลายสิบชนิด และบางครั้งมันก็ว่ายน้ำเข้ามาทำลายเรือทั้งลำให้กลายเป็นผุยผงไปในพริบตา


บริเวณรูปสามเหลี่ยมแห่งนี้เองที่เป็นแหล่งกำเนิด ปรากฏการณ์ อันลี้ลับ มหัศจรรย์

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นอาณาบริเวณส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแอ็ตแลนติคภาคตะวันตก พื้นที่ทั้งหมดเริ่มจาก ตอนหนือของเบอร์มิวดาไปถึงตอนใต้ของรัฐฟลอริดาและจากฟลอริดามุ่งตรงไปทางตะวันออกทำมุมสี่สิบองศากับเส้นรุ้ง ผ่านบาฮามัสและเปอร์โตริโก จากนั้นก็ย้อนเฉียงกลับไปสู่ทางใต้ตอนเหนือของเบอร์มิวดาอีกซึ่งทำให้อาณาบริเวณแห่งนี้ กลายเป็นรูปสามเหลี่ยมและอาณาบริเวณรูปสามเหลี่ยมแห่งนี้เองที่เป็นแหล่งกำเนิด ปรากฏการณ์ อันลี้ลับ มหัศจรรย์ขึ้น ในยุคอวกาศของชาวเราในปัจจุบัน เป็นสิ่งลึกลับและเหลือ เชื่อหากจะบอก ท่านว่า เริ่มตั้งแต่หลังสงครามโลก ครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1945 มาจนถึงปัจจุบัน เครื่องบินจำนวนกว่า 100 เครื่องและเรือ เดินสมุทร จำนวนอีกมากหลายได้ หายไปในบรรยากาศ และพื้นทะเลของสาม เหลี่ยมเบอร์มิวดาแห่งนี้ โดยไม่มีร่องรอย ชีวิตมนุษย์จำนวนพัน ในระยะเวลา กว่า 20 ปีที่ผ่านมา ได้หายไปพร้อมกับ พาหนะโดยไม่มีซากศพ แม้แต่รายเดียว หรือเศษชิ้นส่วนใด ๆ ของเรือ หรือ เครื่องบินที่หายไปเหลือให้เห็น การหายสาบสูญของเรือ เครื่องบิน และชีวิตมนุษย์ ในบริเวณดินแดนสามเหลี่ยม- เบอร์มิว ดา ยังคงปรากฏอยู่ต่อไป และมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ชาติต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสูญเสียเหล่านี้
ต่างก็พยายามดำเนินการค้นคว้า หาสาเหตุ แห่งปรากฏการณ์อันประหลาดและลึกลับนี้อย่างเร่งด่วน แต่ก็ไม่มีใคร สามารถบอกสาเหตุ และหาทางป้องกัน จากภัยที่เกิดขึ้นในบริเวณท้องทะเลแห่งนี้ได้ไมเครื่องบินที่หายไปเหนือพื้นทะเลแห่งนี้ส่วนมากก่อนที่จะหายการติดต่อกับฐานปฏิบัติการณ์ หรือสถานีปลายทา ง เป็นไปอย่างปกติ และสภาพของบรรยากาศ และทัศนะวิสัย ก็สงบและ แจ่มใสดี ไม่มีวี่แววของพายุร้ายใด ๆ แต่แล้ว เมื่อถึงบทจะหายเครื่องบินเหล่านั้นก็จะหายไป อย่างฉับพลันโดยไม่มีร่องรอย ซึ่งนักบินก็ไม่มีโอกาสที่ จะแจ้งข่าวทาง วิทยุให้หน่วยควบคุม การบินทราบได้ แต่ ก็มีเป็นจำนวนมากเหมือนกัน

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ



 

ก่อนที่เครื่องบินจะหายสาบสูญ

ก่อนที่เครื่องบินจะหายสาบสูญ นักบิน มีเวลา พอที่จะแจ้งข่าวผิดปกติ มายังฐานปฏิบัติการได้ ซึ่งทุกรายต่างก็แจ้งตรงกันทั้งหมดว่า ไม่สามารถควบคุมกลไกต่าง ๆ ให้ดำเนินไปตามปกติได้ เข็มทิศประจำเครื่องจะหมุน ปั่น จะไม่สามารถบอกทิศทางได้ ท้องฟ้าจะกลายเป็นสีเหลือง และมองดูคล้ายหมอกหนาทีบ ทั้ง ๆ ที่เป็นวันที่บรรยากาศแจ่มใส และแดดส่องจ้ามาก่อน และท้องทะเลซึ่งเงียบสงบ กลับปั่นป่วน ขึ้นมาโดยไม่อาจจะทราบสาเหตุไดฃอุบัติการณ์ ลึกลับที่ไม่อาจให้คำอธิบายได้ เกี่ยวกับการสาบสูญของเรือเดินสมุทร และ เครื่องบินเป็นจำนวนมาก ในดินแดนแห่งสามเหลี่ยมเบอร์มิวดายังคงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้ขาด จนกระทั่งในปัจจุบัน ทุกครั้งที่ได้ รับรายงานการ สูญหาย หน่วยยามฝั่งที่ เจ็ด ของกองทัพเรือสหรัฐ จะทำการค้นหาร่องรอยอย่างละเอียดละออแต่ก็ประสบความ ล้มเหลว ที่จะพบพยานหลักฐาน ซึ่งจะนำไปสู่การไขปัญหาลึกลับนี้ได้ทุกครั้ง
และในที่สุด กองทัพเรือสหรัฐ ก็ได้เก็บเรื่องเหล่านี ้ไว้เป็นความลับ ไม่ยอมเปิดเผยหรือให้คำวิจารณ์ใด ๆ แก่ประชาชน ที่อยากรู้อยากเห็นว่า อุบัติการณ์ ลึกลับเหล่านั้น เกี่ยวข้องกับความอาถรรพ์ของดินแดนแห่งสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาหรือไม่ แต่ทั้ง ๆ ที่กองทัพเรือสหรัฐพยายามจะปกปิด เรื่อราวเหล่านี้ไว้ ประชาชนทั่วไปก็เริ่มรู้ระแคะระคาย ต่าง ๆ และเชื่อว่า จะต้องมี แรงอาถรรพ์ หรือพลังอำนาจอันลึกลับ อย่างหนึ่งอย่างใด ภายใน บริเวณ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาอย่างแน่นอน และยิ่งปรากฏว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีข่าวรายงานว่า มี นักบิน และนักเดินเรือบางคนได้รอดชีวิตมาจากปรากฏการณ์สยองขวัญ ในดินแดนของ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา จึงทำให้ เกิดการฮือ ฮากันใหญ่ในขณะนี้ แต่อย่างไรก็ดี จวบจน กระทั่งบัดนี้หาได้มีผู้ใด ที่สามารถให้คำอธิบายแจ่มชัด เกี่ยวแก่ความลึกลับและ ความอาถรรพ์ของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาได้ไม่ และการสาบสูญ ก็ยังคงปรากฏ อยู่ต่อไป โดยไม่มีทางป้องกันหรือขัดขวางได้มีผู้ให้ความคิดเห็นและคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป บ้างก ็ว่าเนื่องมา จากความปั่นป่วน ของท้องน้ำ ที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด จากแผ่นดินไหว ใต้มหาสมุทร หรือเกิดจากอุกาบาตเป็นจำนวน
มากในบริเวณนั้น ได้พุงเข้าชนเครื่องบิน และทำให้เกิดระเบิดขึ้นมา รังควานเป็นครั้งเป็นคราว สำหรับนักวิทยาศาสตร์ ให้คำอธิบาย ที่อาจ เป็นไปได้ว่า เครื่องบินและเรือเหล่านั้น ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปยังอีกมิติหนึ่งด้วยการกระทำของสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาสูง เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง อีก ทฤษฏีหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์ได้ให้เหตุผล
ว่า เครื่องบินอาจพุ่งดิ่งลงสู่ทะเล เพราะแรงดึงดูด ของ สนามแม่เหล็ก ไฟฟ้าหรือแรงโน้มถ่วงของโลก ที่เกิดจากฝีมือการกระทำของสิ่งมีชีวิต ที่มีปัญญาสูง เมื่อเครืองบิน นั้นร่อนลงสู่พื้นน้ำนักบินและลูกเรือก็จะถูกจับตัวโดย มนุษย์จากจานบิน (UFO) ที่ถูกควบคุมโดยมนุษย์อีกพวกหนึ่ง ที่ไม่คุ้นเคยกับชาวโลก ซึ่งอาจจะเป็นมนุษย์ที่เหลือรอดมีชีวิต สืบต่อกันมาจากสงครามนิวเคลียร์มหาประลัย ที่เกิดขึ้น ในกาลก่อน หรือเป็นมนุษย์ จากอวกาศนอกโลก หรือมนุษย์ในอนาคต ที่ต้องการ รวบรวมตัวอย่างการดำรงชีวิตของ ชาวโลก เพื่อการศึกษาค้นคว้า หรือป้องกันภัย ที่จะเกิด จากอาวุธนิวเคลียร์ ในอนาคตอย่างใดอย่างหนึ่ง

มีอยู่หลายกรณีเกี่ยวกับการสืบสวนความลึกลับของเรื่องนี้ ที่เจ้าหน้าที่มุ่งตรงใน ประเด็นซึ่งเกี่ยวกับท้องทะเลโดยเฉพาะเพราะแม้ว่า เราจะอยู่ในสมัยที่กำลังก้าวเข้าสู่ อวกาศก็ตาม แต่ความลึกลับของท้องทะเล ยังคงเป็นสิ่งมืดมน สำหรับพวกชาวโลกอยู่ ก่อน อื่นเราจะต้องรับความจริงที่ว่า 3 ใน 5 ส่วนของพื้นใต้มหาสมุทร เรา ยังรู้จักกันน้อยกว่า ปล่องภูเขาไฟในดวงจันทร์ หรือพื้นราบบนดาวอังคารเสียอีก เรามีแต่แผนที่ทางทะเล ที่เขียนขึ้นอย่างหยาบ ๆ จากการ สำรวจโดยใช้เสียงสะท้อนของโซน่า ใช้เครื่องดำน้ำลึก หรือเรือดำน้ำที่มีเขต
จำกัดสำรวจได้เฉพาะพื้นน้ำที่ไม่ลึกนัก เท่านั้น และความประสงค์ ส่วนใหญ่ จะมุ่งเฉพาะการค้นหาแหล่งน้ำ มัน และทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้นเอง เรายัง ไม่อาจจะทราบได้ว่า ในส่วนก้นบึ้งที่ลึกที่สุด มีอะไรที่จะสร้างความประหลาดใจ อย่างใหญ่หลวงให้แก่พวกเราบ้าง พื้นทะเลลึกและหุบเหวใต้ท้องทะเล อาจจะเป็นที่อาศัย
ของสิ่งมีชีวิตที่มีมันสมองและฉลาดเกินกว่าเราจะคาดคิด ก็เป็นได้ ความลึกลับมหัศจรรย์ ใต้ท้องทะเล หาได้หยุดยั้งเพียงเท่าที่กล่าวมาแล้วไม่ นิยายปรัมปรา เล่าลือสืบต่อเนื่องกันมา เกี่ยวกับพิภพ และสัตว์ประหลาดใต้ท้องทะเล โดย ไม่มีวันจบสิ้น และยิ่งการค้นพบหลักฐานซากเมืองโบราณ ใต้พื้นน้ำ ลึกเป็นพัน ๆ ฟุต ในหลายส่วนของพื้นมหาสมุทรทั่วโลก ยิ่งทำให้เรื่องพิลึกกึกกือได้รับ
ความสนใจจาก ความอยากรู้ อยากเห็นของชาวโลกยิ่งขึ้น เราเคยทราบวัฒนธรรม และความรุ่งโรจน์ ของ ชาวเมืองแอตแลนติส โบราณจากบันทึกของ มหาปราชญ์เพลโตเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว ปัจจุบันนักโบราณคดีและภูมิศาสตร์ ต่างเชื่อมั่นว่าอาณาจักรแอตแลนติก อันเคยรุ่งเรือง ด้วยอารยธรรมมาก่อนนั้นมีจริงขณะนี้เมืองทั้งเมืองได้จมหายอยู่ใต้พื้นมหาสมุทร แอตแลนติคที่ใดที่หนึ่ง

อีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจให้แก่โคลัมบัสเมื่อห้าร้อยปีก่อน คือส่วนหนึ่งของ กระแสน้ำอุ่น กัลฟ์ตรีมที่เรียกกันว่าสายน้ำขาว พื้นน้ำบริเวณนี้จะมองเห็นสุกใส ด้วย แสงเรืองเป็นทางยาว ระยะทางเป็นไมล์ๆ ใกล้ๆกับ บาฮามัส ซึ่งในปัจจุบันแสงเรือง บนพื้นน้ำเหล่านี้ก็ยังคงปรากฏอยู่การตรวจสอบของนักวิทยาศา
สตร์ ก็ยังไม่ทราบแน่ชัด ว่าเกิดการเรืองแสงของจุลินทรีย์ในน้ำที่ถูกฝูงปลารบกวนหรือเป็นแสงเรืองที่เกิด จากกัมมันตภาพรังสี หรืออาจเป็น การเคลื่อนไหวของสัตว์ประหลาดขนาดมหึมาใต้ท้องทะเลกันแน่ และยิ่งกว่านั้น มีเหตุผลพอจะทำให้เชื่อได้ว่า พื้นที่ใต้มหาสมุทรแถวนั้นอาจเป็นที่ตั้งฐาน ใต้น้ำ ของชาวนอกโลก ที่ มาศึกษาชีวิตความเป็นไปในโลกของเราก็ได้ และแสงเรือง ที่เกิดขึ้น อาจเป็นสัญญาณให้ยานอวกาศของพวก เขาทราบตำแหน่งที่ตั้งและมองเห็นได้ ชัดเจน ก่อนที่ยานอวกาศจะเข้าสู่บรรยากาศโลก เหตุผลต่าง ๆ ที่กล่าว
มานี้ท่านอย่าเพิ่ง เชื่อปักใจ ไปกับอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะตราบใดที่เรายังไม่อาจพิสูจน์ได้แน่ชัด ปรากฏการณ์ประหลากชองสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาก็ยังเป็นเรื่องลึกลับ ที่มืดมนสำหรับเราอยู่ ในบางกรณี หากวิเคราะห์ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับการหาบสาบสูญของเรือเดินสมุทรและเครื่องบินในบริเวณ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา จะพบว่าหาเป็นเรื่องประหลาดลึกลับแต่อย่างใดไม่เพราะเครื่องบินแต่ละลำ เมื่อนำ
ไปเปรียบเทียบกับความกว้างใหญ่สุดคณานับของพื้นมหาสมุทรโลกแล้ว ก็เปรียบเสมือนฝุ่นละอองที่ล่องลอย อยู่ในห้องโถงใหญ่ น้ำในมหาสมุทรก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่มีการเคลื่อนไหว กระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีมมีอัตราความเร็วกว่าสี่ไมล์ต่อชั่วโมง ในท้องทะเลนอกฝั่งบาฮามัสมีสิ่งแปลกประหลาดอยู่สิ่งหนึ่งที่
นักประดาน้ำ มักจะพบเห็นอยู่บ่อย ๆซึ่งพวกเขาเรียกว่า "ปล่องน้ำเงิน" จะปรากฏอยู่ตามหุบผาใต้น้ำและแล่งหินประการังมีลักษณะเป็นอุโมงค์หรือปล่องใต้ทะเล โดยทั่วไปเป็นที่อยู่ของปลาที่ไม่ค่อยได้พบกันที่ผิวน้ำ ปล่องเหล่านี้เชื่อว่า เกิดจากถ้ำหินประการังถูกกัดกร่อนด้วยกระแสน้ำใต้ทะเลมาเป็นเวลานับหมื่นปี
เคยมีนักประดาน้ำดำลงไป สำรวจปล่องต่าง ๆ นี้พบว่าปล่องจำนวนมากต่างมีทางแยกออกไปในหลายทิศทางทำให้ปลาที่ว่ายวน อยู่ในนั้นเกิดสับสนถึงกับว่ายเอาครีบท้องขึ้นสู่เบื้องบน ยิ่งกว่านั้นยังพบว่ากระแสน้ำไหลเชี่ยวแรงเข้าสู่ส่วนลึกคล้ายถูกดูดด้วยกำลังอันมหาศาลซึ่งเป็นอันตรายต่อนักประดาน้ำมาก และลักษณะการณ์เช่นนี้ทำให้น้ำบริเวณปากปล่องไหลวนเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว
ก่อให้เกิดการหมุนเป็นกรวยเหนือพื้นน้ำในลักษณะของวังน้ำวน ซึ่งสามารถจะดึงดูดเรือเล็กพร้อมด้วย คนบนเรือ ลงสู่ก้นอย่างรวดเร็ว
อีกทฤษฏีหนึ่ง เป็นทฤษฏีเกี่ยวกับลมพายุทอนาโดซึ่งเกิดเป็นครั้งคราว จะกวาดเรือและเครื่องบินให้จมลง สู่ก้นมหาสมุทรได้ไม่ยากพายุทอร์นาโดเป็นพายุหมุนปั่นเอาน้ำทะเลหมุนเป็นเกลียวสูงนับร้อยๆฟุตกลาง อากาศและหากมันเกิดตอนกลางคืน เครื่องบินที่บินอยู่ระดับต่ำอาจถูกกระแทกตกลงสู่ทะเลได้ เพราะนัก
บินไม่สามารถจะมองเห็นได้ในระยะไกล ส่วนเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ที่จมหายนั้น เชื่อว่าอาจจะเกิดจากกระแสคลื่นมหึมาที่เป็นผลมาจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลก็ได้ เพราะคลื่นที่เกิดจากปรากฏการณ์เช่นนี้จะมีปรากฏารณอย่างหนึ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อเครื่องบินได้ คื่อากรผันแปรของอากาศอย่างทันทีทันใดที่เรียก
กันว่า "แค๊ท" (Cat - clear air turbulenec) โดยทั่วไปแล้ว "แค๊ท" จะเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่อาจจะคาดคะเนหรือทำการพยากรณ์ได้เช่นเดียวกับลักษณะภูมิกาศโดยทั่วไปมันจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสภา.อากาศสาเหตุของปรากฏการณ์นี้ยังไม่ทราบกันแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าหากมันเกิดขึ้นขณะที่กระแสลม
พัดแรงและรวดเร็วจะทำให้เกิดสูญญากาศบริเวณนั้นทันที ซึ่งหากเครื่องบินได้บินเข้าสู่บริเวณของมันก็อาจจะตกดิ่งสู่ทะเลได้ง่ายแต่อย่างไรก็ดี การผันแปรวิปริตของบรรยากาศทันทีทันใดในลักษณะเช่นนี้นั้นจะต้องไม่ใช่สาเหตุการหายสาบสูญของเครื่องบินทุกลำในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นแน่ เพราะปรากฏการณ์ "แค๊ท" จะไม่เป็นผลต่อการทำงานของเครื่องวัดต่าง ๆ และระบบการติดต่อทางวิทยุบนเครื่องบอน แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุ จะปรากฏว่าการติดต่อทางวิทยุได้เงียบหายไปการแปรผันของสนามแม่เหล็กโลก ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกได้เช่นเดียวกัน เพราะมันจะทำให้เกิดการผิดพลาดในการทำงานของเครื่องวัดระดับและเข็มทิศประจำเครื่อง ในกรณีเช่นนี้นักบินไม่มีความสามารถพอก็อาจจะนำเครื่องบินดิ่งลงสู่มหาสมุทรได้ ยิ่งกว่านั้นปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทางธรรมชาติ
อีกมากมายที่เราไม่อาจจะอธิบายหรือทราบสาเหตุของมันได้

จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 12/ก.ค./54 22:30:02


จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 15:42:00
 

#28
GodFather*.*

ระดับยศ : ร้อยเอก ขั้น1
GodFather*.* is offline GodFather*.* (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 10 ธันวาคม 2553 , จำนวนโพส : 21388 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : เขียนเมื่อ : 12/ก.ค./54 23:31:12  

 
มีแต่สุดยอดๆ

 
☣☜ⒼⓞⓓⒻⓐⓣⓗⓔⓡ☞☢



 


จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 9:18:21
 

#29
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ูู^^ เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 9:19:43  

 
ประวัติการเดินทางสู่อวกาศ


มนุษย์มีความต้องการที่จะเดินทางสู่อวกาศมาช้านานแล้ว เพราะมนุษย์มีความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องของอวกาศและดวงดาวเพี่อหาความจริงให้ปรากฏ จีนเป็นชาติแรกที่นำดินประสิว กำมะถัน และถ่านมาผสมกันทำให้เกิดแรงอัด เมื่อจุดไฟจะสามารถเคลื่อนที่ได้ นับว่าเป็นการเริ่มต้นในการค้นคว้าสร้างจรวดเพื่อไปสู่อวกาศได้ในเวลาต่อมา
พ.ศ. 2465 ดร.โรเมอร์ เอช. กอดดาร์ด ชาวอเมริกัน ได้ศึกษาทฤษฎีเกียวกับการขับดันของจรวดและได้ส่งจรวดเชื้อเพลิงซึ่งประกอบด้วยออกซิเจนเหลวและไนโตรเจนเหลวขึ้นสู่ท้องฟ้าได้สำเร็จเป็นครั้งแรก จึงได้รับยกย่องให้เป็น บิดาแห่งการจรวดยุคใหม่
๔ ตุลาคม พ.ศ. 2500 สหภาพโซเวียตได้ส่งดาวเทียมสปุกนิก 1 ขึ้นสู่วงโคจรของโลกเป็นครั้งแรกโดยใช้เครื่องยนต์จรวด 3 ท่อน ครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปิดยุคอวกาศของมนุษย์ชาติ และในปีเดียวกันนี้สหภาพโซเวียตได้ส่งดาวเทียมดวงที่ 2 ชื่อสปุกนิก 2 โดยมีสุนัขชื่อไลก้าขึ้นไปด้วย และตกลงสู่พื้นโลกในปี พ.ศ. 2501
พ.ศ. 2501-2504 สหรัฐอเมริกาได้ดำเนิดงานของโครงการเจมินีประสบผลสำเร็จ โดยพิสูจน์ให้เห็นว่า มนุษย์สามารถนัดพบและเชื่อมต่อยานอวกาศเข้าด้วยกันได้ในอวกาศ รวมทั้งพิสูจว่านักบินอวกาศสามารถดำรงชีวิตอยู่ในอวกาศได้อย่างไม่มีอันตราย
๓๐ มกราคม พ.ศ. 2501 สหรัฐได้ส่งดาวเทียมเอกซ์พลอเรอร์ 1 ขึ้นไปโคจรรอบโลกอยู่ 4 ปี จึงตกสู่พื้นโลก ซึ่งคั้งนี้ได้ค้นพบรังสีแวลแอลเลนซึ่งเป็นแถบรังสีที่ห่อหุ้มโลกไว้
พ.ศ. 2504 สหภาพโซเวียตได้ส่งมนุษย์อวกาศซื่อ ยูริ เอ. กาการิน ขึ้นสู่วงโคจรของโลกในระดับต่ำได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก โดยยานวอสตอก 1
*มภาพันธ์ พ.ศ. 2505 สหรัฐอเมริกาชื่อ จอร์น เกล็น สามารถขึ้นสู่วงโคจรของโลกที่สมบูรณ์ที่สุดเป็นครั้งแรกโดยยานเมอร์คิวรี 6
สิงหาคม พ.ศ. 2505 สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานสำรวจชื่อมาริเนอร์ 2ไปสำรวจดาวศุกร์
พ.ศ. 2511 สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานอพอลโล 11 พร้อมกับมนุษย์อวกาศ 3 คนไปลงบนดวงจันทร์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดย นีส อาร์มสตรอง เป็นมนุษย์อวกาศคนแรกที่ได้เหยียบบนพื้นดวงจันทร์ และ เอดวิน แอลดริน ได้ลงตามเป็นคนต่อมา
พ.ศ. 2515 สหภาพโซเวียตได้เริ่มโครงการสถานีอวกาศชุดโซยุส 1 ขึ้นสู่วงโคจรของโลก และส่งยานอวกาศโซยุส 10 ขึ้นไปเชื่อมต่อ ส่งยานโซยุส 11 พร้อมมุษย์อวกาศ 3 คน เข้าเชื่อมกับโซยุส 1 โดยในครั้งนี้มนุษย์อวกาศได้เข้าปฏิบัติการในสถานีอวกาศ และในปีเดียวกันสหรัฐอเมริกาได้ส่งยานมาริเนอร์ 9 ไปสำรวจดาวอังคาร
พ.ศ. 2513-2526 สหภาพโซเวียตได้ส่งยานเวเนราสำรวจดาวศุกร์ โดยยานเวเนรา 7 เป็นยานลำแรกที่แตะถึงพื้นดาวศุกร์ ต่อจากนั้นได้ส่งยานเวเนราขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงยานเวเนรา 16 ได้ถึงดาวศุกร์เมื่อ พ.ศ. 2526
พ.ศ. 2513-2523 สหรัฐอเมริกาได้เริ่มโครงการสถานีอวกาศชุดสกายแล็บ โดยส่งยานสกายแล็บ ๑ ขึ้นสู่วงโคจรของโลกและส่งยานสกายแล็บ ๒ พร้อมมนุษย์อวกาศไปปฏิบัติหน้าที่ในยานสกายแล็บ ๑
พ.ศ. 2516 สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานอวกาศไพโอเนียร์ ๑๑ ไปสำรวจดาวพฤหัสและผ่านไปยังดาวเสาร์ โดยเคลื่อนเข้าใกล้ดาวเสาร์มากที่สุด
พ.ศ. 2518 สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตได้ส่งยานอะพอลโล เข้าเชื่อมกับยานโซยุสในวงโคจรโลก และในปีเดียวกันสหรัฐอเมริกาได้ส่งยานไวกิ้ง ๑ และ ๒ ไปสำรวจดาวอังคารโดยยานไวกิ้งเป็นยานที่ลงสู่พื้นดาวอังคาร
พ.ศ. 2520 สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานวอยเอเจอร์ ๑ และวอยเอเจอร์ ๒ โดยยานวอยเอเจอร์ ๑ ผ่านดาวพฤหัสเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เคลื่อนที่ใกล้ดาวเนปจูนเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๓ ผ่านดาวเสาร์เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๘ ผ่านดาวยูเรนัสเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๙ ขอ้มูลที่ได้จากยานวอยเอเจอร์มีมากมายโดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับดาวพฤหัส
พ.ศ. 2524 สหรัฐอเมริกาได้มีโครงการยานขนส่งทางอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐอเมริกา(องค์การนาซา) เริ่มส่งยานอวกาศขนส่งไปปฏิบัติงานในอวกาศโดยยานโคลัมเบัยขึ้นสู่อวกาศเป็นลำแรกเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๒๔
พ.ศ. 2532 สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานการลิเลโอขึ้นไปสำรวจดาวพฤหัส และส่งยานขนส่งแอตแลนติสบรรทุกยานแมกแจนแลนเพื่อไปสำรวจดาวศุกร์
พ.ศ. 2532สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานขนส่งอวกาศดิสคัฟเวอรีนำกล้องโทรทรรศน์แววกาศฮับเบิล ขึ้นสู่อวกาศเพื่อสังเกตดาวเคระห์ ดาว- ฤกษ์ และวัตถุบนท้องฟ้าอื่น ๆ
ได้มีคำถามจากนักวิทยาศาสตร์ที่ว่า "เป็นไปได้ไหมที่บนดาวอังคารสีแดงดวงนั้นจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มาเป็นเวลานานแล้ว และตราบเท่าทุกวีนนี้ก็ยีงคงมีอยู่" คำถามนี้ได้ถ้าทายความสามารถของนักดาราศาสตร์ทั่วโลกอยู่ไม่น้อย และองค์การนาซาได้มีโครงการจะส่งยานที่ชื่อว่า โกลบอล เซอร์เวเยิร์พร้อมกับจรวดเดลด้า ๒ ขึ้นไปสำรวจและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสนามแม่เหล็ก สภาพอากาศ แร่ธาตุ ตลอดจนทำแผนที่ของดาวอังคาร ในเวลาเดียวยังมี ยานสำรวจดาวอังคารของสหรัฐอเมริกาจำนวน ๒ ลำ และของรัสเซีย ๑ ลำ จะดำเนินการค้นคว้าดาวอังคารด้วย คือ ยานสำรวจ "นักสำรวจดาวอังคาร" ของสหรัสอเมริกา น้ำหนักยาน ๑,๐๕๐ กิโลกรัม มีเป้าหมายการเดินทางเพื่อสำรวจดาวอังคารและจัดทำแผนที่ดาวอังคารทั้งดวงจากวงโคจร สูงจากพื้นดาว ๗๘๐ กิโลเมตร ยานมาร์ส พัสไฟเดอร์ ของสหรัฐอเมริกา น้ำหนักของยาน ๘๘๐ กิโลกรัม พร้อมหุ่นยนต์สำรวจดาวอีก ๑ ตัว ยานมาร์ส ๙๖ ของสหภาพโซเวียด น้ำหนัก ๖,๒๐๐ กิโลกรัท พร้อมด้วยยานลูกที่จะประจำวงโคคจรของดาวอังคาร ๒ ลำ และเครื่องมือสำรวจพื้นผิวดาวอีก ๒ ชุด

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ



 


จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 15:43:21
 

#30
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ^^ เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 9:22:39  

 


[size=1]Thanks: ฝากรูป

ประวัติลัดดาแลนด์

ตามคนเก่าคนแก่ก่อนได้เล่าว่า .....

เมืองเชียงใหม่...เมื่อก่อนย้อนไปน่าจะซัก 30 กว่าปีได้
ลัดดาแลนด์เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวที่โด่งดังมากเพราะมีสวนกล้วยไม้ที่ใหญ่มากๆ
มีทั้งช้างให้นั่ง มีรถม้า มีรถไฟเล็ก การแสดงฟ้อนรำต่างๆ
มีค่าบัตรด้วยน่าจะ 8 บาทหรือ 10 บาทประมานนั้น
ทำให้หน้าหนาวทุกปีจะมีคนขึ้นมาเที่ยวเยอะมาก

เจ้าของคือ คุณนายลัดดา (ไม่ทราบนามส*ล)
เป็นสถานที่ยอดฮิตของวัยรุ่นสมัยนั้นจะไปออกเดทกันเพราะมีความเชื่อว่า
คู่ไหนไปอธิฐานขอความรักกับต้นไทรหน้าลัดดาแลนด์แล้วคู่นั้นจะได้รักกันไปตล อดชีวิต
ส่วนประชากรในหมู่บ้านทั้งหมดนั้น ล้วนเป็นคนที่มีฐานะดีเข้าไปอยู่
จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านเศรษฐีก็ได้



แต่เรื่องของเรื่อง หรือต้นเหตุแห่งความเฮี้ยนมาเกิดขึ้น
ตอนที่บ้านหลังหนึ่งถูกโจรขึ้นและโดนคนร้ายฆาตกรรมเสียชีวิตทั้งครอบครัว
แล้วเรื่องสยองขวัญสั่นประสาทก็เริ่มขึ้นจากตรงนี้เพราะคนที่อยู่ใกล้ๆ กับบ้านหลังนั้น
บางคืนก็ได้ยินเสียงคนร้องไห้บ้าง อะไรบ้าง
บางคืนก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
หรือบางครั้งก็ได้ยินเสียงหัวเราะ

แต่จุดที่ผู้คนแถบนั้นเจอความเฮี้ยนกันจนอยู่ไม่ได้คือ
บางคืนคนแถวนั้นจะเห็นครอบครัวที่เสียชีวิตไปแล้วออกมายืนหน้าบ้าน
ออกมารดน้ำต้นไม้ คนที่ผ่านไปมาโดนหลอกทุกคน
ทำให้ตอนเที่ยงคืนจนถึงเช้าไม่มีใครจะกล้าออกจากบ้านเลย

นานวันเข้ายิ่งเฮี้ยนหนักจนถึงขั้นตามมาหลอกถึงบ้าน
คนแถวนั้นอยู่ไม่ไหวเลยพากันย้ายออกไปเกือบหมด
ทำให้แถวนั้นกลายเป็นบ้านร้างเยอะ แต่ยังมีบ้านอีก 3 หลังที่ยังไม่ไปไหน
และ 1 ใน 3 หลังนั้นเจ้าของเป็นฝรั่งไม่ค่อยได้อยู่ แต่จะบินมาเที่ยวเฉพาะฤดูหนาว
เพราะอย่างที่หร่อนๆ รู้กันว่าเมืองเชียงใหม่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมาก

เจ้าของบ้านที่เป็นฝรั่งท่านนั้นได้จ้างเด็กสาวชาวพม่ามาเฝ้าบ้าน
แต่ผ่านไปไม่นานก็มีโจรมาขึ้นบ้านหลังนั้น และฆ่าเด็กสาวคนนั้น
แล้วหมกศพไว้ในห้องเก็บของใต้บันได
กว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาพบก็ผ่านไปเกือบ 2 เดือน

สาเหตุที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาพบได้ก็คือ
บ้านที่ยังเหลืออยู่ใกล้ๆ กัน ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากในบ้าน
แต่ก็ไม่ได้สงสัยเพราะยังคงเห็นเด็กสาวคนนี้มานั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านทุ กวัน
จนวันหนึ่งเพื่อนบ้านดังกล่าวทนกลิ่นเหม็นเน่าที่โชยคละคลุ้งไม่ไหว
จึงได้ตะโกนบอกเด็กสาวคนนั้นว่าให้ทำความสะอาดบ้านบ้าง อะไรบ้าง เพราะอาจจะมีหนูตาย
พูดยังไม่ทันจบ เด็กสาวก็หันหน้าเละๆ มา
เพื่อนบ้านก็เลยรีบวิ่งแจ้นไปแจ้งความและแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบ
พอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเปิดบ้านเพื่อทำการตรวจสอบจึงพบศพดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะพบศพและได้ทำพิธีทำบุญอุทิศส่วน*ศลทางศาสนาแล้ว
แต่เด็กสาวคนนั้นก็ยังมานั่งอยู่ที่เดิมทุกวัน
ถ้านั่งธรรมดาไม่มายุ่งกะชาวบ้านก็คงจะดี ไม่มีใครเดือดร้อน
แต่เพื่อนบ้านแถบนั้นเล่าว่า บางคืนเด็กสาวจะตามมายืนมอง
ที่หน้าต่างห้องนอนตอนนอนกลางคืนเลยด้วยซ้ำดังนั้นเพื่อนบ้านทั้งแถบจึงพากั นย้ายออกอย่างไม่เสียดายบ้าน

เรื่องเล่าเขย่าขวัญมากมายเกี่ยวกับลัดดาแลนด์
ที่คนเชียงใหม่น่าจะรู้และจำกันได้ดี ยกตัวอย่างเช่น

1. มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมากและมาอธิฐานขอให้ความรักสมหวังกับต้นไทรที่ลัด ดาแลนด์
แต่แล้วพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ยอมรับฝ่ายชาย ทั้งสองจึงมาแขวนคอตายคู่กันที่ใต้ต้นไทรนั้น
คนแถวนั้นเล่ากันว่า ทุกวันครบรอบวันที่ทั้งคู่ผูกคอตายเวียนมาบรรจบ (ดิชั้นไม่รู้นะคะว่าวันไหน)
คนแถวนั้นจะเห็นทั้งคู่ห้อยหัวโตงเตงพร้อมกับส่งยิ้มมาให้คนที่ผ่านไปมาได้พ บเห็น

2. ช่วงก่อนที่จะสร้างสวนสาธารณะนี้เสร็จ ตอนที่ขุดหลุมเพื่อที่จะทำบ่อน้ำ
ทางโครงการได้พบกับโครงกระดูกมนุษย์จำนวนหนึ่ง แต่ไม่เปิดเผยให้บุคคลทั่วไปได้ทราบกัน

3. เมื่อ 10 กว่าปีก่อนสถานที่แถวนั้นเป็นที่รกร้างและเปลี่ยวมาก
จึงมีการนำศพคนตายที่ถูกปล้นหรือถูกฆ่าข่มขืนมาทิ้งไว้ที่นั้น
ที่พอทราบมา ณ ขณะนี้ จากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจคือ
อย่างน้อยๆ ก็ 8 ศพ แต่ที่ไม่รู้อีกน่าจะเยอะมาก

4. มีหญิงสาวและหญิงขายบริการหลายคนที่ทำแท้ง
แล้วนำซากเด็กทารกไปทิ้งไว้ในสระน้ำของโครงการลัดดาแลนด์เป็นจำนวนมาก
หลายคนบอกว่ามากกว่า 100 เลยทีเดียว

5. มีขี้ยาคนหนึ่งที่อัพยาเกินขนาดแล้วเกิดช็อคตายคาศาลาที่ริมสระน้ำของโครงกา ร
กว่าจะมีคนมาพบ ศพก็เน่าหมดแล้ว แต่บางแหล่งข่าวเล่าว่า
ที่ช็อคเพราะหัวใจวายเนื่องจากเห็นบางอย่างที่หน้าสะพรึงกลัวมากๆ
(หน้าของศพดวงตาเบิกโพลง และลิ้นจุกปาก)
และสุดท้ายก็โดนเอาไปเป็นตัวตายตัวแทน
เพราะกัญชายังเหลืออยู่ข้างๆ ศพอีกเยอะเลย

6. มีการนำศาลพระภูมิรวมถึงตุ๊กตาสะเดาะเคาระห์มาทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก
จนทางเทศบาลต้องมารื้อไปทิ้งไว้นอกเมือง
แต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จ เพราะถึงจะย้ายไปไกลแค่ไหน
วันรุ่งขึ้นตุ๊กตาและศาลเหล่านั้นก็จะกลับมาอยู่ ณ ที่เดิม โดยไม่ทราบสาเหตุ

7. มีหญิงสาวที่มาขอความรักกับต้นไทรแล้วผิดหวังในความรัก เลยมากินยาฆ่าแมลง
ตายใต้ต้นไทรหน้าหมู่โครงการลัดดาแลนด์โดยที่ทิ้งจดหมายไว้สั้นๆว่า "จะอยู่ข้างๆเธอตลอดไป"
หลังจากนั้น ชาวบ้านแถบนั้นเล่าว่า วิญญาณจะสิ่งอยู่ในตุ๊กตาสัตว์ที่วางไว้อยู่มากมายในโครงการ

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ



 


จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 15:42:31
 

#31
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ^^ เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 9:29:03  

 
พระคาถาของเสือมเหศวร (พระคาถาคงกระพัน แคล้วคลาด)

" พุทธังคงหนัง ธัมมังคงเนื้อ สังฆังคงกระดูก พุทบังไฟ โธบังรูป ธาปิดปากกระบอก ยะไม่ออก อุดโธ อุดโธ "

คาถาขุนแผนหนังเหนียว

*สุกิตติมา สุภาจาโร สุสีละวา สุปากะโต อัสสะสิมา .เจธะโร เกสะ โรวา อะสัมภิโต
(ใช้สวดภาวนาคาถานี้กับน้ำมันทาถูร่างกายจะทำให้อาการฟกช้ำหายเร็ว หรือก่อนออกศึกใดๆ จะทำให้หนังเหนียวไม่บาดเจ็บง่าย)


 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ



 


จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 15:42:53
 

#32
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ^^ เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 9:29:58  

 
คาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

* เริ่มสวด นโม 3 จบ

นะโมตัสสะ ภะคะ.โต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะ.โต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะ.โต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

* นึกถึงหลวงปู่โตแล้วตั้งอธิษฐาน

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ


* เริ่มบทพระคาถาชินบัญชร

1. ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุ.จาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา.

2. ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเกเต มุนิสสะรา.

3. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร.

4. หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสคุณ โมคคัลลาโน จะ วามะเก.

5. ทักขิเณ สะ.เน มัยหัง อาสุง อานันทะ ราหุโล
กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก.

6. เกสันเต ปิฏฐิภาคัสคุณ สุริโย . ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว


7. *มาระกัสสโป เถโร มะเหสี จิตตะ วาทะโก
โส มัยหัง .ทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิคุณากะโร.

8. ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ อุปาลี นันทะ สี.ลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ.

9. เส*ีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสา.กา
เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.

10. ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง

11. ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา

12. ชินา นานา.ระสังยุตตา สัตตัปปาการะ ลังกะตา
วาตะปิตตาทะสัญชาตา พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา.

13. อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะ เตชะสา
.สะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.

14. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮี ตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริ*ะภา.

15. อิจเจ.มันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภา.ปาลิโต จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ.

พระ คาถาชินบัญชร ฉบับย่อ
ชิ นะ ปัญ ชะ ระ ปะ ริ ตัง มัง รัก ขะ ตุ สัพ พะ ทา
(ภาวนา 9 จบ)


คำแปล
# พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์
ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว เสวยอมตรสคือ
อริยะ.ธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์

# มี ๒๘ พระองค์คือ พระผู้ทรงพระนามว่า ตัณหังกรเป็นต้น พระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น

# ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่บนศีรษะ
พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง
พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก

# พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจพระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา
พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณทัญญะอยู่เบื้องหลัง

# พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา
พระกัสสะปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย

# มุนีผู้ประเสริฐคือพระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระ อาทิตย์ส่องแสง
อยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

# พระเถระ*มาระกัสสะปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ
มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ

# พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสี.ลี
พระเถระทั้ง ๕ นี้ จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก

# ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือผู้มีชัยและเป็นพระโอรส
เป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วน
รุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัย.น้อยใหญ่

# พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้าพระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา
พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตรอยู่เบื้องหลัง

# พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร
เป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ

# อนึ่งพระชินเจ้าทั้งหลาย นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้
ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิด มีศีลาทิคุณอันมั่นคง
สัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

# ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ
เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อม
แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัท.ทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน
อันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น
เป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ

# ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น
จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพระชินบัญชร
ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล

# ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่ง สัทธรรม
จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า
ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพ
แห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติ และรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญฯ


หมายเหตุ
การหัดสวดคาถาชินบัญชรควรจะเริ่มสวดในวันพฤหัสบดีข้างขึ้น(ยิ่งขึ้นมากยิ่ง ดี)
ให้เตรียมดอกไม้ 3 สี หรือดอกบัว 9 ดอก และดอกมะลิร่วง(เด็ดก้านดอก) 1 กำ
ธูปหอมอย่างดี 9 ดอก เทียน(เล่มหนัก1บาท ถ้าไม่มีใช้2บาท แต่ควรใช้1บาทเพื่อเป็นสิริมงคล) จำนวน 9 เล่ม
จากนั้นให้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยโดยการตั้งนะโม 3 จบ
ต่อด้วยบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ จากนั้นตั้งจิตนึกถึงสมเด็จโต

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ



 

อยากให้ลองท่องให้ได้กันอะนะ

จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 9:31:37
 

#33
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ^^ เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 15:40:40  

 
กลับจาก วิทลัย มาส่องต่อ

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ



 


จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 15:43:52
 

#34
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ูู^^ เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 19:04:22  

 

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ


#35
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ูู^^ เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 20:04:38  

 
ตามตำรา Hesiod เรื่องมันเริ่มตรงที่
เทพเจ้าที่ชื่อ Chaos (เคออส) แปลว่าความว่างเปล่า ก็อย่างชื่อบอกแหละว่างเปล่าจริงๆ ทั้งจักรวาลไม่มีอะไรเลย จากนั้นก็มี Gaia (กายยา หรือไกอา หรือจิอา) ซึ่งแปลว่าดิน, Tartarus (ทอรทารัส) ซึ่งแปลว่านรก และ Eros (อีรอส) ซึ่งแปลว่าตัญหา เกิดขึ้นมา แล้ว Gaia ก็ให้กำเนิด Uranus (ยูเรนัส) ซึ่งเป็นเทพแห่งท้องฟ้า โดยลำพัง แต่ตามคำรา Apollodorus แล้ว เรื่องมันเริ่มตรงที่ Gaia เลย แตกต่างกันนิดหน่อย ไม่มาก แล้ว Uranus ก็ได้เป็นผู้ปกครองเทพเจ้าทั้งหมดเป็นคนแรก ต้องเข้าใจอีกนิดนะว่า เทพเจ้ากรีก ส่วนใหญ่จะเป็นตัวแทนของสิ่งต่างๆ ทั้งรูปธรรม และ นามธรรม ตัวอย่างก็เช่น เวลาพูดถึง Uranus ก็ให้คิดถึงท้องฟ้า ความกว้างใหญ่ที่แผ่ปกคลุมพื้นดิน
หรือ Eros ซึ่งเป็นความรู้สึก เป็นนามธรรม มีผลกับทุกสิ่งทั้งเทพเจ้าและมนุษย์ เวลาอ่าน ก็ลองคิดตามไปด้วย จะคิดว่า Tartarus เป็นเทพเจ้าแห่งนรก เป็นผู้สร้างนรก หรือเป็นตัวนรกเองก็ได้
หรือจะคิดว่า Gaia ก็คือ พระแม่ธรณี จะนึกภาพเป็น เทพเจ้าแห่งพื้นดิน หรือเป็นตัวพื้นดินเอง ก็ได้เช่นกัน
จากนั้น Gaia และ Uranus ก็สมสู่กัน และให้กำเนิดลูกๆ มากมาย (อย่าตกใจนะว่า ก็แม่ลูกกันไม่ใช่เหรอ มันเป็นเรื่องของนิยายเชิงนามธรรม อ่านต่อไปเรื่อยๆ แล้วกัน) ลูกๆ ของ Gaia และ Uranus ก็แบ่งได้เป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นยักษ์ร้อยมือ ห้าสิบหัว มีสามคนด้วยกัน (ไม่รู้ว่าจะใช้ลักษณะนามอะไรดี ใช้ คน หมดเลยแล้วกัน) ชื่อ Briareus (ไบอาริอุส), Gyes (กายเอ็ส) และ Cottus (คอททัส)
กลุ่มที่สองเรียกว่า Cyclopes หรือยักษ์ตาเดียว ชื่อ Arges (อาเกส), Steropes (สเตอโรเปส) และ Brontes (บรอนเตส) ชื่อของสามคนนี้แปลว่า แสงสว่างจากฟ้า ฟ้าผ่า และ ฟ้าร้อง ตามลำดับ
ลูกทั้งหกคนนื้ ถูก Uranus จับโยนลงไปในนรกและขังไว้เพราะความเกลียดชัง จากนั้น Uranus และ Gaia ก็มีลูกสองกลุ่มถัดมา เรียกว่า Titans (ไททาน) ซึ่งเป็นชายหกคน และ Titanides (ไททานไนด์) ซึ่งเป็นหญิงเจ็ดคน แต่บางทีก็ถูกเรียกเป็น Titans เหมือนกันหมด



เนื่องจาก Uranus หรือท้องฟ้าเนี่ย กลัวว่าลูกของตนจะมาแย่งชิงอำนาจ และตำแหน่งเทพแห่งเทพไป เมื่อ Gaia ให้กำเนิด Titans ออกมา Uranus ก็เอาไปขังไว้ใต้ดินทีละคน ทุกๆ คน
ตรงนี้ต้องคิดนิดหนึ่ง คุณใต้ดินเนี่ย มันที่ไหน ก็ในเมื่อ Gaia คือพื้นดิน ใต้ดินก็น่าจะเป็นในตัว Gaia เอง พวก Titans ถูก Uranus ขังไว้ในท้อง Gaia เมื่อมากๆ เข้า Gaia ก็เจ็บปวดและทนไม่ไหว
จึงวางแผนที่จะให้ลูกๆ ในท้องทำร้ายพ่อ และหนีออกมา จึงสร้างเคียวขึ้นมา จากสิ่งที่เรียกว่า Adamant (เอาชนะไม่ได้ เพราะไม่มีใครเอาชนะเวลาได้ เป็นอีกหนึ่งการตีความนามธรรมเป็นรูปธรรม) ซึ่งเชื่อว่าแข็งแรงที่สุด และนำไปให้ลูกๆ ในท้อง พร้อมกับบอกแผนการไป แต่เนื่องจากลูกทุกคนก็กลัวพ่อ จึงไม่มีใครกล้าทำตามแผนของ Gaia ยกเว้น Cronus (โครนัส) ซึ่งยอมที่จะช่วยแม่Cronus เป็นเทพแห่งเวลา หรือตัวเวลา นั่นเอง
เอาละ ตามแผนของ Gaia นั้น Cronus จะรอจนกว่า Uranus จะมาสมสู่กับ Gaia พอมาถึง
Cronus ซึ่งอยู่ในท้องก็จะต้องใช้มีดตัดอวัย.เพศของ Uranus (ไม่ต้องเสียว เป็นการตีความจากนามธรรม) แล้วพาพี่น้องหนีกันออกมา แน่นอน ว่าสำเร็จตามแผน ตั้งแต่นั้นมา ท้องฟ้าก็ไม่เคยสัมผัสพื้นดินอีกเลย(อีกนัยยะทางนามธรรมหนึ่ง ก็คือ เวลา ได้ทำให้ ท้องฟ้า แยกจาก แผ่นดิน)
เมื่อออกมาแล้ว Cronus ก็นำอวัย.ของพ่อไปทิ้งทะเล เมื่อตกโดนทะเล ก็มีฟองเกิดขึ้นมากมาย
และในท่ามกลางฟองนั้นก็มีเทพเจ้าอีกคนถือกำเนิดขึ้นมา คือ Aphrodite นั้นเอง (จริงๆ แล้ว ในภาษากรีก คำว่า Aprhodite แปลว่า เกิดจากฟอง) Aphrodite จึงเป็นเทพแห่งความรักและตัญหา (ฝ่ายหญิง จำได้ไหม Eros เป็นแบบเดียวกัน แต่ฝ่ายชาย) นี่ก็เป็นที่มาของภาพวาดชื่อดัง Birth of Venus ของ ศิลปิน S&o Botticelli และคำภาษาอังกฤษ aphrodisiac ที่แปลว่า ยาปลุกอารมณ์ทางเพศ - -.. ทว่า มีข้อขัดแย้งนิดหน่อย ตรงนี้ ที่กล่าวมาเกี่ยวกับการเกิดของ Aphrodite เป็นไปตามที่ Hesiod เขียน แต่ตำรา Apollodorus นั้น Aphrodite เป็นลูกของ Zeus เกิดเรียบง่ายกว่าเยอะ ไม่หวือหว่าเท่า (ไว้เล่าถึง Zeus แล้วจะค่อยขยายต่อนะ)
เอาละ Cronus ก็พาพี่น้องออกกันมาได้สำเร็จ และกลายเป็นมหาเทพ
หลังจากแย่งชิงบัลลังค์จากพ่อได้ ดังที่ Uranus กลัว ก็ขึ้นครองบัลลังค์เป็นราชาแห่งเทพแทน
ตำราภายหลังเล่าต่ออีกนิดว่า Uranus ก็แช่ง Cronus ไว้ว่า จะหลานจะมาชิงบัลลังก์ เหมือนที่พ่อทำกับปู่ ทำให้ Uranus ระแวง และต่อไปจะนำไปสู่ตำนานกำเนิด มหาเทพ Zeus (ซูส หรือ เซอูส) ราชาแห่งเทพคนปัจจุบัน เรื่องราวของเทพองค์อื่นๆ จะขอเล่าในตอนหน้าถ้ามีโอกาสนะ...

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ



 


จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 20:33:11
 

#36
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ^^ เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 20:05:28  

 
เทพ 12 องค์ ที่นั่งบัลลังก์สมาคมเทพ ณ เทือกเขา Olympus (โอลิมปัส)
หมายเหตุ : ชื่อหน้า ภาษากรีก (ชื่อในวงเล็บ ภาษาโรมันและอังกฤษ)

1. Zeus (Jupiter) - God of Universe
... เซอุส (จูปิเตอร์) - ราชาจอมเทพ (รุ่นที่3)
2. Hera (Juno) - Goddess of Marriage & Birth
... เฮร่า (จูโน) - ราชินีเทพ เทพีแห่งการแต่งงานและการคลอด
3. Ares (Mars) - God of War
... เอเรส (มาร์ส) - เทพแห่งสงคราม
4. Hephaestus (Valcan) - God of Fire (พระเพลิง)
... เฮฟเฟตัส (วัลแคน) - เทพแห่งไฟ
5. Aphrodite (Venus) - Goddess of Love
... อะโฟรไดท์ (วีนัส) - เทพีแห่งความรักและเสน่หา
6. Hermes (Mercury) - Herald of the God, Medicine, Shepherds, Travel, Merchants Weights&measures, Oratory&Literature, Speed&Athletics, Thieve
... เฮอร์เมส (เมอร์คิวรี่) - เทพแห่งการสื่อสาร, การแพทย์, การเลี้ยงสัตว์, การเดินทาง, พ่อค้าและการชั่งตวง, สุนทรพจน์และวรรณกรรม, ความเร็วและการกีฬา, ขโมย
7. Demeter (Ceres) - Goddess of Harvest
... ดีเมเทอร์ (เซเรส) - เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์และการเก็บเกี่ยว (แม่โพสพ)
8. Poseidon (Neptune) - Lord of the Oceans
... โพไซดอน (เนปจูน) - จ้าวแห่งสมุทร
9. Athena (Minerva) - Goddess of Wisdom
... เอเธน่า (มิเนอร์ว่า) - เทพีแห่งปัญญาและชัยชนะ
10.Apollo (Apollo) - God of Light & Music
... อะพอลโล - เทพแห่งแสงและการดนตรี
11.Artemis (Diana) - Goddess of the Hunt
... อาร์เทมิส (ไดอะน่า) - เทพีแห่งการล่า
12.Dionysus (Baccus) - God of Wine & celebrate
... ดีโอนีซัส (แบคคัส) - เทพแห่งไวน์และการฉลอง

สำหรับเทพอื่นๆ ก็เช่น
13.Cronos (Saturn) - God of Time
... โครนอส (แซทเทิร์น) - เทพแห่งเวลา
14. (Uranus) - God of Heaven (Sky)
... (ยูเรนัส) - เทพแห่งสวรรค์ (ท้องฟ้า)
15.Gaia or Rhea (Cebelle) - Goddess of Earth
... ไกอา หรือ รีอา (เซเบล) - เทพแห่งโลก (แม่ธรณี)
16.Hades (Pluto) - God of Hell
... ฮาเดส (พลูโต) - เทพแห่งนรก (ยมราช)
17.Hestia (Vesta) - Goddess of the Heart & the Hearth
... เฮสเทีย (เวสต้า) - เทพีแห่งความรักและเตาไฟ (ครัวเรือน)
18.Helious (Sol) - God of Sun
... เฮลิออส (โซล) - สุริยะเทพ (บางตำราว่าเป็นองค์เดียวกับ Apollo)
19.Eros (Aurora) - God of Dawn
... อีรอส (ออโรร่า) - เทพแห่งแสงรุ่งอรุณ
20.Cerena (Luna) - Goddess of Moon
... เซเรน่า (ลูน่า) - เทพีแห่งดวงจันทร์ (จันทราเทพี)
21. Nemasis (RHAMNUSIA) - Goddess of Justice, Retribution, Punishment & Vengeance
... เนเมซิส - เทพีแห่งยุติธรรม โชคชะตา การลงทัณฑ์ และการแก้แค้น
22. Pan (Pan) - God of Shepherds, Flocks & Fornication
... แพน - เทพแห่งคนเลี้ยงสัตว์, ฝูงสัตว์ และสัมพันธ์สวาท
23. Percephone (Perserpine) - Goddess of Sping
... เพอร์เซโฟเน่ (เพอร์เซอร์ไพน์) – เทพีแห่งฤดูใบไม้ผลิ

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ



 


จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 21:52:53
 

#37
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ^^ เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 20:11:05  

 
ประวัติ สปาตัน

ประมาณปีพ.ศ.63 (480ปีก่อนค.ศ.) กองทัพเปอร์เซียของกษัตริย์เซอร์ซิสที่1 ได้นำกองทัพขนาด
มหาศาลจำนวน500,000คน (ทัพบก250,000 ทัพเรือ250,000)เข้าตีดินแดนกรีกทางเขตมาซีโดเนีย เพื่อเป็นการล้างแค้นแทนพระบิดาของตน(กษัตริย์ดาริอุส) ที่เคยพ่ายแพ้สงครามแก่พันธมิตรแห่งกรีกในสงครามเปอร์เซียครั้งแรก(พ่ายแพ้การยุทธที่มาราธอน) และเป็นการเปิดฉากสงครามเปอร์เซียครั้งที่ 2

ด้วยความเข้มแข็งของทัพเปอร์เซียและแผนของแม่ทัพกรีกที่จะถ่วงเวลาเพื่อรวบรวมกำลัง กรีกจึงต้องยอมเสียเมืองเล็กเมืองน้อยให้ฝ่ายเปอร์เซียยึดไล่มาเรื่อยจนทัพเปอร์เซียมาถึงบริเวณช่องเขาแห่งหนึ่งคือ "เธอร์โมไพลาย"(Thermopylae) ซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายก่อนจะถึงนครเอเธนส์ ช่องเขานี้เองจะกลายเป็นสมรภูมิที่นองเลือดที่สุดแห่งหนึ่งในสงครามครั้งนั้น



ตอนนี้ทัพเปอร์เซียต้องมาเจอกับกองกำลังผสมของทหารเอเธนส์-สปาร์ตา-นครพันธมิตร จำนวน7,000นายซึ่งนำมาโดยกษัตริย์ "เลโอนิดาส" แห่งสปาร์ตาผู้เจนศึก แต่จำนวนทหารสปาร์ตาที่เชี่ยวชาญสงครามนั้นมีจำนวนแค่น้อยนิด เพราะว่าเวลานั้นเป็นช่วงเทศกาล"คาร์เนี่ยน"ที่ชาวสปาร์ตาเขาถือกันว่าไม่ควรออกทำศึก ทหารสปาร์ตาที่มาจึงเป็นกองกำลังเล็กๆ ของเลโอนิดาสที่คัดเลือกมานั่นเอง

(เทศกาล"คาร์เนี่ยน"จัดขึ้นในสปาร์ตายุคโบราณเพื่อบูชาเทพเจ้าอะพอลโล่ โดยเมื่อถึงเวลาชาวสปาร์ตาจะเก็บตัวและจัดงานฉลองอยู่ในบ้านเมืองตนเองเท่านั้น และห้ามทหารออกรบรึเข้าร่วมศึกสงครามใดๆ ทั้งสิ้น)

เมื่อกว่า2500ปีมาแล้ว กรีกไม่ได้รวมเป็นอาณาจักร แต่เป็นรัฐอิสระจำนวนมาก เช่น เอเธนส์ โครินธ์ และสปาทาซึ่งต่างก็มีกฎหมายและระบบการปกครองเป็นของตนเอง
ชาวกรีกอยู่ภายใต้ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเปอร์เซีย ซึ่งมีอาณาเขตตั้งแต่ ตรุกี อียิปต์ตอนเหนือ

แถมเกร็ดนิดหน่อยสมัยนั้นกรีกมีการปกครองแบบสาธารณรัฐ มีนครรัฐหลายแห่งมารวมตัวกัน ซึ่งนครเอเธนส์กะนครสปาร์ตานี้จะเป็นคู่กัดกันตลอด เพราะเอเธนส์เน้นการปกครองประชาธิปไตยกับการพัฒนาวัฒนธรรมมีกองทัพเรือที่แข็งแกร่งสุด ส่วนสปาร์ตาเน้นด้านเผด็จการทหารมีกองทัพบกที่แกร่งสุด 2 นครนี้จึงต่างแย่งกันจะเป็นผู้นำของกรีก
รวมถึงจากการที่สปาร์ตาทอดทิ้งเอเธนส์ในสงครามเปอร์เซียครั้งแรก (ย้อนกับไปอ่านด้านบน) เมื่อพลนำสารเอเธนส์วิ่งทรหดจากหาดมาราธอนเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากกองทัพสปาร์ตาจนเป็นตำนานอันลือลั่น (ตำนานการวิ่งมาราธอน) แต่สปาร์ตาไม่ส่งกำลังมาช่วยเพราะอ้างว่าอาณาจักรของตนกำลังมีเทศกาล"คาร์เนี่ยน"อยู่ และเหตุการณ์ดันพลิกผันเมื่อเอเธนส์สามารถเอาชนะเปอร์เซียตอนนั้นได้ด้วยกำลังตนเอง และได้รับการยกย่องจากนครรัฐต่างๆ ของกรีกให้เป็นผู้นำ นครสปาร์ตาซึ่งอยากเป็นใหญ่จึงเริ่มมีอคติกับเอเธนส์มากขึ้น

กลับมาที่เทอโมไพลาย กษัตริย์เลโอนิดาสคะเนจากชัยภูมิแล้วจึงให้วางกำลังทหารส่วนหนึ่งไว้บนที่สูงและบริเวณปากช่องเขา พอทหารเปอร์เซียเดินทัพเข้ามาทางหุบเขาที่เป็นบริเวณแคบอยู่แล้วก็ถูกกำลังของเลโอนิดาสซุ่มโจมตีจนต้องสูญเสียไพร่พลไปจำนวนมาก

สองวันแรกของการรบนั้นสถาณการณ์อยู่ข้างฝ่ายกรีก ตอนแรกฝ่ายเปอร์เซียส่งทหารชาวเมเดส(Medes)เข้าเป็นหน่วยแนวหน้า แต่เมื่อชาวเมเดสอันเ***้ยมหาญต้องมาเจอกับยุทธวิธีแบบ"ฟาแลงซ์"(phalanx)ของชาวกรีกเข้าก็ต้องสิ้นท่าครับตายกันเกลื่อนบริเวณ แม้ต่อมาเซอร์ซิสได้ส่งทหารหน่วยอมตะ(Immortal)จำนวน 10,000นายซึงเป็นทหารหน่วยที่เยี่ยมที่สุดเข้าต่อกรแต่ก็ให้ผลไม่แตกต่างกัน การรบช่วงแรกชัยชนะจึงตกเป็นของกรีก

ระหว่างที่คิดหาทางจะโจมตีทัพกรีกอยู่นั้นก็เหมือนสวรรค์เข้าข้างเปอร์เซีย มีชาวกรีกทรยศชื่อ"เอพิเทส"(Ephialtes)ได้มาเสนอว่าจะพาเซอร์ซิสไปชมพื้นที่ของช่องเขาแห่งนี้โดยแลกกับรางวัล เอพิเทสพากษัตริย์เปอร์เซียไปชมช่องเขารอบๆ และเส้นทางแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่รกไปด้วยพุ่มไม้หนามแต่ว่าสามารถไปทะลุที่หลังค่ายชาวกรีกได้

(ต่อมาชื่อ"เอพิเทส"นี้ได้ถูกนำมาต่อท้ายกลายมาเป็นคำว่า"Ephialtes the tratiors" หรือเอพิเทสคนขายชาติ โดยชื่อของเขาได้กลายมาเป็นคำศัพท์ในภาษากรีกซึ่งถ้าแปลเป็นอังกฤษจะหมายความว่า "nightmare" ฝันร้ายนั่นเอง)

ในวันที่สามตอนรุ่งสางแม่ทัพเปอร์เซียได้นำทหารหน่วยอมตะจำนวนหนึ่งไปตามเส้นทางลับนี้และเจอกองทหารชาว"โพเชี่ยน"1,000นาย ซึ่งเลโอนิดาสให้มาเฝ้าเส้นทางไว้ ฝ่ายเปอร์เซียได้ทำการยิง***ฝนธนูจำนวนมากไปยังทหารโพเชี่ยนที่ส่วนใหญ่ยังหลับอยู่ ก่อนเข้าประจัญบานจนทหารโพเชี่ยนแตกกระบวนถอยหนีไปหมด ทำให้เปอร์เซียสามารถตียึดเส้นทางนี้ได้อย่างง่ายดาย

เมื่อตะวันขึ้นเลโอนิดาสจึงทราบว่ากองทัพของตนตอนนี้ถูกล้อมกรอบเสียแล้วเขาจึงทำการเรียกประชุมแม่ทัพนายกองทั้งหมด โดยขุนศึกของเอเธนส์และนครกรีกอื่นๆ เสนอว่าควรถอยทัพกลับไปขณะที่ยังมีโอกาส หลังการประชุมกษัตริย์เลโอนิดาสจึงออกคำสั่งที่กล้าหาญเยี่ยงวีรบุรุษ

คำสั่งคือให้ทัพจากนครกรีกอื่นๆ ถอยทัพไปรวมพลกับกองทัพพันธมิตรที่ตั้งค่ายรออยู่ ส่วนตนเองพร้อมทหารสปาร์ตา "300" นายจะคอยยันถ่วงเวลาทหารเปอร์เซียไว้เพื่อให้ทัพกรีกหนีไปอย่างปลอดภัย โดยที่มีทหารจากนคร"เทปเซียน"(Thepsians)จำนวน700นายซึ่งนำโดยแม่ทัพ"เดโมฟิลัส" ตัดสินใจที่จะอยู่ช่วยสปาร์ตาอีกแรงหนึ่งด้วย

โดยในวันนั้นเลโอนิดาสได้จัดการแจกจ่ายเสบียงให้ทหารของตนกินกันให้เต็มที่พร้อมทั้งกล่าวปลุกใจทหารของตนว่า(Tonight we will dine in Hell) "คืนนี้เราจะฉลองมื้อค่ำกันในนรกภูมิ" โดยหลังจากนั้นเมื่อทหารกรีกอื่นๆ เริ่มทยอยหนีจากค่ายไปแล้วทหารสปาร์ตา300นายและทหารเทปเซียนได้เดินทัพออกมาจากค่ายและได้เข้าประจัญบานกับทัพเปอร์เซียในที่โล่ง

ทหารหลายคนโดนธนูยิงตายตั้งแต่ยังไม่ตะลุมบอน ที่รอดจากคมธนูต่างต่อสู้อย่างถวายชีวิตด้วยรู้ว่าตนจะไม่มีโอกาสรอดกลับไปบ้านเกิดเมืองนอนแล้ว ทั้งหอกและดาบสั้นถูกนำมาใช้ประมือกันในระยะใกล้อย่างเ***้ยมโหด ถึงแม้ทหารสปาร์ตาแต่ละคนจะเป็นเผ่าพันธุ์นักรบและได้รับการฝึกมาอย่างดี แต่ด้วยจำนวนเพียงน้อยนิดจึงทำให้ตกเป็นรองและถูกฝ่ายเปอร์เซียฆ่าล้างบางจนเกลี้ยง

หนึ่งในจำนวนนี้ยังรวมถึงกษัตริย์เลโอนิดาสซึ่งได้ทรงสิ้นพระชนม์ในที่รบนั้นด้วย จากนั้นทัพเปอร์เซียได้ทำการล้อมค่ายของชาวกรีกที่ตอนนี้เหลือทหารเทปเซียนและธีบานส์อยู่ไม่มาก ทหารกรีกที่เหลือในค่ายตอนนี้ต่างเข้าทำการรบครั้งสุดท้ายอย่างไว้ลายด้วยอาวุธทุกอย่างที่พอจะหามาได้
ส่วนทหารธีบานส์ภายใต้การคุมของแม่ทัพ"เลออนไธเดส"ได้แสดงความขี้ขลาดออกมาโดยได้ยกมือทิ้งอาวุธยอมจำนนทันที แต่ชาวเปอร์เซียซึ่งไม่ฟังเสียงก็ได้ทำการล้อมค่ายแล้วยิงธนูเป็น***ฝนเข้าสังหารทหารในค่ายที่เหลือจนเกือบหมด
เมื่อเสร็จศึกบริเวณช่องเขากษัตริย์เซอร์ซิสได้ทำการตัดหัวของเลโอนิดาสจากร่างอันสิ้นลมของเขาและนำร่างที่เหลือไปตรึงกับแผ่นไม้ แต่ภายหลังกษัตริย์เซอร์ซิสรู้สึกว่าตนลบหลู่เกียรติของกษัตริย์เลโอนิดาสผู้ห้าวหาญจึงได้สำนึกเสียใจขึ้นมา

พระองค์จึงสั่งให้บรรจุศพของเลโอนิดาสไปฝังอย่างสมเกียรติและทำแท่นหินรูปสิงโตปักไว้เหนือหลุมในบริเวณช่องเขาเธอร์ไมโพลีนั่นเอง 40ปีต่อมาพระศพของเลโอนิดาสจึงถูกส่งคืนกลับสปาร์ตา

จากเหตุการณ์นี้ทำให้เปอร์เซียสูญกำลังรบหลักไปหลายหมื่นนายด้วยน้ำมือของทหารสปาร์ตาแค่ไม่กี่หยิบมือ กษัตริย์เซอร์ซิสจึงเร่งเดินทัพไปจนถึงกรุงเอเธนส์และทำการเผาเมืองจนวอดวายไปหมดด้วยความแค้น แต่ทว่าชาวเมืองไหวตัวทันก่อนและได้ชิงหลบหนีไปหมดแล้วจึงเป็นการเผาเมืองเปล่าๆ

ส่วนทหารพันธมิตรนั้นได้ย้ายกองทัพไปซ่อนที่เมืองชายฝั่งบนเกาะแห่งหนึ่งชื่อ"ซาลามิส"เพื่อรอรับการโมตีจากเปอร์เซีย เมื่อกองเรือเปอร์เซียตามมาทันแม่ทัพกรีก"เธมิสโตคลิส"จึงสั่งให้ทัพเรือเอเธนส์ระดมยิงลูกไฟจากเรือ เพื่อทำการโจมตีแบบไม่ให้เปอร์เซียตั้งตัวและทำการหันหัวเรือเข้าชนเรือเปอร์เซียจนเสียหายไปมากถึง 200กว่าลำ (เรือกรีกสมัยนั้นนิยมทำหัวให้แหลมและติดเหล็กยาวปลายแหลมที่ทำเป็นรูปต่างๆไว้เพื่อสะดวกเวลาพุ่งชนเรือข้าศึกให้จมลง)
ทัพเรือเปอร์เซียทนความสูญเสียไม่ไหวจึงต้องถอนทัพกลับ ส่วนทัพบกนั้นได้เข้าตะลุมบอนกับทัพพันธมิตรกรีก ซึ่งตอนนี้ได้ระดมพลมาได้จำนวนมาก (รวมทั้งจากนครสปาร์ตาที่ตอนนี้หมดหน้าเทศกาลคาร์เนี่ยนแล้ว) ทัพกรีกเวลานี้มีการเตรียมตัวมาอย่างดีและก็เป็นกรีกที่ชนะได้เกือบจะทุกสมรภูมิ จนการรบไปจบลงที่สมรภูมิสุดท้ายบริเวณเมือง"พลาเทีย"ซึ่งหลังจากนั้นแม่ทัพกรีกได้มีการตั้งฆ่าหัวของเอพิเทสที่ทรยศชาวกรีกไว้ด้วย ต่อมาชายชื่อ"อาเธนาเดส"ได้เป็นผู้สังหารเอพิเทสผู้ทรยศ


เมื่อกองทัพเปอร์เซียต่างพากันพ่ายแพ้อย่างหมดรูปกษัตริย์เซอร์ซิสจึงต้องจำใจยกทัพที่เหลือกลับอาณาจักรเป็นการปิดฉากสงครามเปอร์เซียลงอย่างสิ้นเชิง (เพราะหลังจากนั้นอาณาจักรเปอร์เซียเริ่มอ่อนแอลงและไม่มีกำลังพอจะก่อสงครามใหญ่ๆ ขนาดนี้ได้อีก จนปีพ.ศ.209 "อเล็กซานเดอร์มหาราช" ได้เป็นผู้นำกองทัพชาวกรีกไปบดขยี้ชาวเปอร์เซียถึงถิ่น จนชนชาติเปอร์เซียต้องดับสูญลงอย่างถาวร)

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ
แก้ไขโดย +_+sM[!]Me+_+ เมื่อ 13/ก.ค./54 20:11:48



 



จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 13/ก.ค./54 20:13:18


จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 14/ก.ค./54 7:19:17


จากคุณ : +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) เขียนเมื่อ : 14/ก.ค./54 8:55:19
 

#38
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ^^ เขียนเมื่อ : 14/ก.ค./54 18:22:16  

 
Dig

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ


#39
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ูู^^ เขียนเมื่อ : 14/ก.ค./54 22:10:54  

 
ประวัติเจงกิสข่าน วีรบุรุษแห่งมองโกล
ไหนๆก็ไม่เคยอัพBlog จนราขึ้นเรียบร้อยแล้ว มาอัพซะหน่อยดีกว่า

แบบว่าเพิ่งคิดหัวเรื่องเกี่ยวกับBlog ได้น่ะ Blog นี้จะทำเกี่ยวกับบุคคลในประวัติศาสตร์โลก ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิ์ เสนาธิการ นักรบ ขุนศึก เมธี เกี่ยวกับ ประวัติ วรีกรรม ของพวกเขา พอดีสนใจพวกเรื่องนี้อยู่น่ะ ไม่รู้ซ้ำกับBlog ใครรึเปล่า แต่ที่ทำนี่ก็เพราะชอบ ดังนั้นอย่าว่ากันเลยนะ=w= (เรื่องของเรื่องคือกันBlog เห็ดขึ้นด้วย... )

เข้าเรื่องเลย คนแรกจะเป็นใครดีน่อ อ่ะรู้แล้ว
สำหรับเขาคนนี้ เอ่ยชื่อไปใครบ้างไม่รู้จัก เขาคือผู้นำเผ่ามองโกล ซึ่งไม่มีใครสามารถต้านความสามารถของเขาได้ กองทัพของเขาเอาชัยเรื่อยมา จนเรียกได้ว่า"เขาเกือบจะครองโลก"เพราะว่าเขาสามารถตียึดจีน ตีรัสเซียได้ค่อนประเทศ เขาคนนั้นคือ สากลราชา หรืออีกชื่อคือ เจงกิสข่าน..!!!



ประวัติของเขา

เจงกิสข่าน หรือชื่อเดิม เตมูจิน เกิดปี ค.ศ. 1162 ในครอบครัวของขุนศึกคนนึงในภาคกลางของมองโกเลีย ริมแม่น้ำรูเลน เมื่อครั้งที่เขาอายุ9ปี คนของเผ่าศัตรูได้ฆ่าพ่อของเขา ทำให้ครอบครัวของเขาต้องลี้ภัยหนี ครอบครัวของเขาต้องเจอกับอากาศหนาวอันโหดร้าย และยังมาเจอการปล้นค่ายของอีกเผ่า ทำให้เตมูจินโดนจับตัว แต่เขาก็หนีรอดกลับมาได้
เตมูจิน เป็นนักรบที่เก่งกาจ ดุดัน โหดร้ายเมื่ออายุได้เพียงสิบกว่าๆเท่านั้น อายุไม่ถึง20ก็เริ่มทำให้ก๊กต่างๆในมองโกลร่วมมือกันด้วยวิธีการทูต แต่ ความพยายามมาสำเร็จตอนที่ บอร์เท ภรรยาของเขาโดนลักพาตัว เขาจึงขอความช่วยเหลือจากพันธมิตร

ค.ศ.1206 เตมูจินสามารุถทำให้มองโกลรวมเป็นหนึ่ง และได้ฉายาว่า "เจงกิสข่าน"
หลังจากนั้น การยึดครองโลกก็เริ่มต้นขึ้น มองโกลเริ่มปฏิบัติการทางทหาร ต่อมณทลชีเชีย ซึ่งเป็นดินแดนส่วนตะวันตกเฉียบเหนือของจีน และของธิเบตเป็นบางส่วน การรบดำเนินไปถึงปี ค.ศ.1210 เจ้าแคว้นยอมแพ้ การรบของกองทัพเจงกิสข่าน สามารถทำให้จีนทั้งหมดพ่ายแพ่ และยึดรวมไปถึงบริเวณเกาหลีในปัจจุบัน
เขาส่งทูตไปทางตะวันตก ของชาวเติร์ก แต่ทูตโดนสังหารทั้งหมด เขาเลยตัดสินใจยึดภูมิภาคซึ่งในปัจจุบันคือ อิรัก อีห*
และภาคตะวันตกของเตอร์กิสสถาน ตามด้วยภาคเหนือของปากิสสถานและอินเดียว ก่อนขึ้นมาทักทายรัสเซีย และบุกยึดดินแดนตั้งแต่ อ่าวเปอร์เซียยันมหาสมุทรอาร์คติก
แต่มนุษย์ย่อมมีวันดับ แม้จะเป็นยอดขุนศึกอย่างเขา เขาเสียชีวิตในช่วง ปีค.ศ.1226

แต่จะว่าไป นักรบผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ ก็ไม่ใช่คนดีซะทีเดียว
เขาตีเมืองซามาร์คาน จนแตกพ่ายในเวลาไม่นาน
ซามาร์คาน เป็นมหานครของจักรพรรดิ์ ชาห์ มูฮัมหมัด แห่งจักรวรรดิ "ควาริตซึ่ม"

เหตุที่เรียกว่าเป็นมหานคร เพราะ มีพลเมืองถึง2แสนคน และจักรวรรดิควาริตซึ่ม เรียกว่ามหาจักรวรรดิเพราะ เนื้อที่กินประเทศใหญ่ๆ ร่วม10ประเทศ ทั้งอัฟกานิสถานและอิห*ในปัจจุบัน พรมแดนด้านตะวันตก จนถึงทะเลสาบแคสเปียน ด้านใต้ถึงมหาสมุทรอินเดีย
มหรนครซามาร์คาน มีทหารพร้อมรบอยู่ถึง1แสน1หมื่นคน แต่เจงกิสข่านยกทัพ8หมื่นซึ่งเป็นทหารม้าซะส่วนใหญ่ตีเมืองจะแตกพ่าย .... จริงๆตรงนี้มันก็เป็นเรื่องปกติ หากแต่ หลังจากยึดได้ เจงกิสข่านสั่งเผาเมือง ให้ทหารไล่ฆ่าผู้คนตายนับแสน เหลือไว้แต่ผู้มีความรู้ความสามารถ เพียง3หมื่นคน และส่งพวกเขาไปมองโกล เพื่อพัฒนาชาติของเขา

แล้วก็ ปัจจัยที่ทำให้เขาเกือบครองโลก

นักประวัติศาสตร์ทั้งหลายมีความเห็นว่า หากตีไปถึงชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกได้เมื่อไหร่....เวลานั้น เจงกิสข่านจะได้ชื่อว่าเป็นจักรพรรดิองค์แรกและองค์เดียวที่ครองโลกได้ เพราะว่าเขายึดรัสเซียได้ค่อนประเทศ บุกถึงยุโรปกลางเตรียมยึดเกาะอังกฤษอยู่แล้ว แต่กลับเมืองเสียก่อน

กองทัพของเขาเป็นเช่นไร?
สำหรับเขา เมืองที่ยอมแพ้ เขาไม่ได้เอาแค่เครื่องราชบรรณาการทุกปีๆ แต่เขาเกณฑ์ทหารเข้ากองทัพด้วย
การตีกรุงแบกแดดในปี 1258 กองทัพของเขามีทหารจาก จอร์เจีย อาร์เมเนีย และเปอร์เซียรวมอยู่
นอกจากนั้น
กองทัพของเขาจัดรูปแบบไม่ซ้ำใคร เดินทัพไปเลี้ยงสัตว์ไป ทั้งวัว ควาย แพะ แม้กระทั้งม้าศึก

กำลังหลักของเขามีประมาณ1แสนคน แบ่งออกเป็น10 ทูเมน หรือกองพลที่มีกำลังพล1หมื่นนาย
หน่วยรบของเขาจะได้รับการฝึกอาวุธ อย่างดี จากยุทธศาสตร์หลายๆชาติ เช่น จีน อาหรับ เปอร์เซีย
ในการเรือทัพ ทูเมน ต่างๆจะจัดกระบวนทัพ เป็นแนวหน้ากระดานกว้างประมาณ50ไมล์ มีทัพหลวงตรงกลาง
ในกองทัพของเขามีม้าศึกสำรอง ไว้เปลี่ยนจำนวนมหาศาล นอกจากนั้นมีฝูงวัว แพะติดตามทุกทูเมน เพื่อใช้เป็นเสบียง
อาหารหลักของชาวมองโกลคือ นม และยังใช้เนื้อเป็นอาหารได้
การเคลื่อนทัพได้เวลาปกติ ได้ความเร็วต่ำมาก ประมาณ5ไมล์ต่อวัน จะมีการหยุดพักวันละ4ครั้ง เพื่อรีดนมสัตว์
แต่เมื่อจะเข้าโจมตี ทั้งสิบทูเมนจะรวมตัวเข้ากับทัพหลวงและพุ่งไปอย่างสายฟ้าแลบ
นี่คือกองทัพไร้พ่าย ที่ตีญี่ปุ่น บุกเกาหลี ขยี้รัสเซีย เหยียบพม่า ขย้ำจีน
มีบันทึกว่า ครั้งนึง มีเจ้าเมืองคนนึงหนีเข้าไปซ่อนตัวในโบสถ์ ด้วยความคิดที่ว่า เจงกิสข่านจะไม่ทำร้าย แต่ตรงข้าม เขาเผาโบสถ์อย่างไม่ใยดี และกล่าววาจาอมตะ ว่า"ข้าไม่ได้ลบหลู่พระเจ้า แต่คนน่ารักทำให้โบสถ์มัวหมอง จึงทำลาย"
ผู้คน ชาวบ้านชาวเมือง หรือแม้แต่เจ้าเมือง ทหาร หากรู้ข่าวว่ากองทัพของเขาบุกมา จะกลัวกันหัวหด ชาวคริสถึงกับบอกว่า "เขาคือซาตานกลับชาติมาเกิด"

หากแต่ ต่อให้เป็นคนชั่วช้าแค่ไหน ก็ยังมีความดี เจงกิสข่านก็เช่นกัน เขาไม่กดขี่ศาสนาอื่นๆ แม้มองโกลจะมีลัทธิเต็งกรี* เป็นศาสนาประจำชาติ เขาก็ยังให้ผู้คนนับถือได้ทุกศาสนา
แต่เหนือสิ่งอื่นใด
การที่เขาฆ่าคนเยี่ยงผักปลา เผาโบราณสถาน โบราณวัตถุที่มีค่ามหาศาล จนได้ฉายาว่าเทพสงคราม แต่คนหลายคนมองเขาเป็น
"ขุนศึกที่กระหายสงครามที่ยิ่งใหญ่ในโลก"เลยก็ว่าได้

*ลัทธิเต็งกรี เป็นศาสนาของมองโกล นับถือเจงกิสข่านเป็นพระเจ้าชั้นราชาสวรรค์

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ


#40
+_+sM[!]Me+_+

ระดับยศ : จ่าสิบโท ขั้น2
+_+sM[!]Me+_+ is offline +_+sM[!]Me+_+ (สมาชิกทั่วไป) สถานะ : ยืนยันตนแล้ว , สมัครเมื่อ : 22 สิงหาคม 2553 , จำนวนโพส : 1150 แสดงความคิดเห็นต่อข้อความนี้
 reply is old post เรื่อง : ^^ เขียนเมื่อ : 14/ก.ค./54 22:18:12  

 


มเหศวร หรือ ศวร เภรีวงษ์ เกิดที่เขตติดต่อระหว่าง อ่างทอง -สุพรรณบุรีครับ ใน ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง อันประวัติก่อนจะเป็นเสือของท่านนั้น ท่านเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ครั้นอายุ 20 ปีก็โดนไล่ทหารไปเป็นทหารเกณฑ์ หลังจากกลับจากปลดประจำการ ท่านก็ได้กลับบ้าน เพื่อมาหาพ่อ แม่ แต่วันนั้นเองพ่อของท่านได้ถูกยิง ต่อหน้าต่อตาโดยคู่อริที่หมายตำแหน่งกำนัน แล้วจะยิงมเหศวรต่อแต่มเหศวรทำเป็นไม่สู้ เพื่อยอมแพ้
( ท่านบอกว่าสู้ไปก็ตายแน่เพราะมันมากันหลายคน) ด้วยความคับแค้นใจจึงรวบรวมพรรคพวกที่เคยเป็นทหารด้วยกัน เข้ากลุ่มกับเสือฝ้าย ที่จังหวัดอ่างทอง สมัยนั้นมีการกดขี่ข่มเหงกันมาก คนรวยข่มเหงคนจน ขณะที่รัฐบาลก็เข้าพื้นที่ไม่ทั้งถึง และทางการหลายคนก็เป็นคนไม่ดีซะมาก ชุมโจรของเสือฝ้ายนั้นได้ปล้นคนรวยมาเพื่อช่วยเหลือคนจน มเหศวรท่านก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดี ท่านได้ป้องกันคนไม่ดีออกจากหมู่บ้านต่างๆ ครั้งมีพรรคพวกและวิชาพอตัวแล้วมเหศวร จึงได้กลับไปแก้แค้นให้กับพ่อ ซึ่งคนที่ฆ่าพ่อก็ได้ตั้งตนเป็นกำนัน รังแกชาวบ้าน โดยมีชื่อว่ากำนันพันแสง มเหศวรกล่าวว่า ตอนนั้นเข้ากันไป ประมาณ 10 คน รุมยิงกำนันที่อยู่บนบ้าน ซึ่งใช้เวลานานในการยิงกัน “กำนันแกเหนียวมาก” กว่ากำนันจะตายก็เกือบชั่วโมง นานวันเข้าพรรคพวกของมเหศวรเริ่มมากขึ้นประกอบกับมีวิชาที่เข้มขลังขึ้งจากที่ได้เรียนวิชามาหลายสำนัก โดยอาจารย์หลักที่มเหศวรนับถือมากคือหลวงพ่อหล่ำ วัดวังจิก จ. สุพรรณบุรี ด้วยเหตุนี้เองเสือมเหศวรจึงได้มาตั้งชุมโจรของตนเอง โดยมีลูกน้องอยู่ 40 – 50 คน โดยปล้นไปทั่วในเขตภาคกลาง และหลายๆภาคที่ใกล้เคียง
โดยเฉพาะ อ่างทอง สุพรรณ ชัยนาท กาญจนบุรี และสิงห์บุรี ทำให้ชื่อเสียงของมเหศวรโด่งดังมาก และเป็นที่นับถือกับชาวบ้านมากในหลายๆ พื้นที่เนื่องจากเป็นโจรคุณธรรม ช่วยเหลือคนจน และคนที่ถูกรังแก ปู่มเหศวรกล่าวว่าจะปล้นประมาณเดือนละ 4 -5 ครั้ง และจะปล้นในเวลากลางวัน พอชื่อของท่านดังมากขึ้นทางการจึงส่งตำรวจมาจับแต่ก็ไม่สามารถจับได้ ปู่มเหศวรกล่าวว่าเมื่อก่อนวิชาแก่กล้า ลูกปืนไม่ได้กินหรอก เมื่อถามถึงขุนพันธ์แล้ว ปู่มเหศวรกล่าวว่าเมื่อก่อนเคยโดนขุนพันธ์ไล่ล่าที่ จังหวัดชัยนาทแต่ก็หลบหนีได้ตลอด ไม่เคยปะทะกันตรงๆ ด้วยความมีวิชามากจนได้ชื่อว่าจอมโจร 5 ตำรา ทางการทำอย่างไรก็ไม่สามารถเข้าจับกลุ่มได้ จึงได้จับ*เหศวรเป็นตัวประกัน โดยประกาศว่าหากไม่ยอมมอบด้วยจะฆ่าแม่ตนเสีย ด้วยความรักแม่ และห่วงใยจึงยอมมอบตัว มเหศวรติดคุกได้ 4 ปี แต่ด้วยความเป็นเสือที่ดี มีคุณธรรม จึงไม่มีใครมาฟ้องร้อง ทางการจึงต้องปล่อยตัวมา และท่านได้ไปหาหลวงพ่อหล่ำ วัดวังจิกเพื่อกราบอาจารย์ หลวงพ่อหล่ำจึงให้บวช 4 พรรษา สมัยบวชนั้นมเหศวรได้ จำวัดอยู่หลายวัดตาม จังหวัดสุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท
เนื่องจากมีพวกตามมารบกวนอยู่เนื่องๆ ครั้นสึกออกมาแล้วจึงกลับมาประกอบ อาชีพทำนา ทำสวน จนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ยังมีคนไปหาเพื่อเคารพท่านเป็นประจำ ปัจจุบันนี้ปู่มเหศวรใช้ชีวิตอย่างสงบ โดยพักอยู่ที่หมู่บ้านไพรนกยูง อ.หันคา จ.ชัยนาท กับลูกสาวและลูกชาย โดยมีหลาน 4 คน ประกอบอาชีพเกษตร เลี้ยงวัว และมีรถรับส่งนักเรียนโจรมเหศวรค่อยๆ ลดลง ซึ่งชื่อเสียงนี้โด่งดังมากในยุคนั้นถึงกับเคยมีการถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง “จอมโจรมเหศวร” โดยมีมิตร ชัยบัญชา แสดงเป็นจอมโจรมเหศวร เข้ามาถึงยุคจตุคาม พระครูประภัศร์ธรรมานุ*ล ( พระเสมอ ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดแสวงหา อ. แสวงหา จ. อ่างทอง ได้ไปเชิญ เสือมเหศวรมาปรกเสกจตุคามจนเป็นที่โด่งดังไปทั่ว ทั้งหนังสือพิมพ์ หนังสือพระ และรายการทีวี โดยส่วนมากนึกว่ามเหศวรเป็นเพียงตำนาน ซึ่งจตุคามรุ่นแรกในชีวิตเสือมเหศวรนั้น คือรุ่นยันต์ลายเซ็นปู่มเหศวร ( มี 5000องค์ ) และตอนนี้ก็ ได้จัดสร้างรุ่น 2 ไปแล้วโดยปรกเสกเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2550 ปัจจุบันปู่เสือมเหศวรมีอายุ 95 ปีครับ

 
Codename : GGB_Jo!<erz (NewXiiz) … GGWEBBOARD !!! ~
Weapon : M4A1,AK74 ~ ยิงมั่วซั่ว หัวซะงั้น (= =") Head Shotttt !! โบ๊ะ
แก้ไขโดย +_+sM[!]Me+_+ เมื่อ 14/ก.ค./54 22:19:48


 

  Webboard > Special Force > ศูนย์บัญชาการ
  Reload this Page εїз łşื่ΦJηี่χa่ๅำำέคùәัJไม่!คēsู้คşัμ εїз




 

Good Game. Good Society! ©All Rights Reserved.2008 True Digital Entertainment. All Rights Reserved. 0-2686-2222 Fax: 02-642-2268